หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 20

 
Chapter 20 – Yan Du Xian [Salted Pork Soup] (5)
บทที่ 20 – เยี่ยนตู่เซียน [แกงจืดหมูเค็มใส่หน่อไม้] (5)
ดนตรีประกอบบรรเลงมาจนถึงโน๊ตสุดท้าย เน้นบทพูดประโยคสุดท้าย ตามเนื้อร้อง กลีบดอกท้อที่สามารถขโมยหัวใจผู้คนนั้นอยู่ในดวงตาของโม่ชิงเฉิง เมื่อคุณมองลึกเข้าไปในตาคู่นั้น คุณก็ไม่สามารถต่อต้านเขาได้อีก ใบหน้ากู่เชิงนั้นกลายเป็นสีแดงเข้ม …
เธอมองตามเขาที่หันมาเอ่ยกับซาวด์นเอ็นจิเนียร์ “ดีแล้ว” ราวกับเธอได้รับเวลานอก เสียงโต้วโต้วโต้วปิงดังขึ้นผ่านหูฟัง “สุดยอดเกินไปแล้ว! โม่ชิงเฉิง, บทพูดเดี่ยวของนายนี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว!” และทันทีที่เธอเปิดประเด็น ทุกคนก็เริ่มพูดพร้อมๆกัน เป็นการพูดคุยกันที่แสนวุ่นวายที่ผสมผสานกับเสียงถอนหายใจด้วยความชื่นชม พอเพลงโคฟเวอร์เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา มันต้องทำลายสถิติทั้งจำนวนคลิก และจำนวนดาวโหลดแน่ๆ …
เสียงเหล่านี้สดใสและปนเปสับสนวุ่นวาย
กู่เชิงเหมือนกับจะไม่ได้ยินชัดเจนนัก เธอรู้สึกเหมือนจะไม่ไหวแล้ว เสียงโปรดของเธอ แล้วก็ยังโถวไผตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้าเธอตรงนี้ แล้วยังมีเพลงกับบทพูดเดี่ยวนั่นอีก เธอตายคาที่ได้เลย
“เธอคิดว่าไง” โม่ชิงเฉิงถามขณะที่ดึงหูฟังออกด้วยมือเดียว
“…… สมบูรณ์แบบมากค่ะ ” เสียงเธอนั้นฟังดูระคายหูสุดๆ “ที่จริงฉันหมายถึงท่อนที่คุณร้อง กับบทพูดของคุณน่ะที่สมบูรณ์แบบสุดๆ ……”
เขาหัวเราะ “ขอบใจ”
รอยแดงๆบนแก้มของเธอนั้นเข้มขึ้นอีกหลายเฉด เธอสาบานได้ ความทรงจำที่ดีงามที่สุดในชีวิตนี้คือการร้องคู่กับโถวไผ การที่ได้เห็นเขาร้องสด ฟังเขาพูดแบบสุดๆ แถมยัง… คำในบทพูดนั้นมันทำให้คนปลาบปลื้มสุดๆ …
“เชิงเชิง เธอรู้สึกหัวใจมันกระตุกหรือเปล่า ?” เสียงเฟิงหย๋าซงจู่ๆก็ดังขึ้นผ่านหูฟัง
“หัวใจเธอเหมือนจะกระโดดออกมานอกอกใช่ไหมล่ะ ?” เฟยเฉายิ้ม กอดไหล่บางของเฟิงหย๋าซง “ฉันเป็นผู้ชายยังรู้สึกใจกระตุกเลย แล้วเธอที่เป็นผู้หญิง …”
กู่เชิงอยากจะร้องไห้ด้วยความอับอาย รีบถอดหูฟังออก
โชคดีจริงๆที่โถวไผถอดหูฟังออกแล้ว เขาเลยไม่ได้ยินอะไร เขาช่วยเธอแขวนหูฟังคืนที่ เปิดประตู ก่อนทำมือให้เธอเดินออกไปก่อน เธอพึ่งก้าวเท้าออกไปนอกห้องเก็บเสียง และก็รู้สึกแปลกๆ ทุกคนเฝ้ามองพวกเธอด้วยสีหน้ารู้เรื่องอะไร เหมือนกับ พวกเขาทั้งคู่มี“ความสัมพันธ์”ที่ไม่ชัดเจนบางอย่างระหว่างกัน กู่เชิงกวาดสายตาไปทั่ว และรู้สึกหมดหวัง …
เธอไม่เคยเป็นเป้าหมายของการถูกล้อเลียนโดยคนจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน ไม่นับเรื่องที่ถูกจับคู่กับใครอีกคนด้วยนะ
เมื่อก่อน ที่โรงเรียนเธอคือคนที่อยู่ด้านข้าง คอยร่วมแจม … แม้แต่งานใน YY ตอนที่เธอเป็นพิธีกรรับเชิญหรืออะไรเทือกนั้น เธอจะเป็นคนที่ล้อคนอื่น ! นี่มัน…กรรมคืนสนองชัดๆ เธอเป็นแค่ของหวานใช่ไหม ? T T
แต่สีหน้าโม่ชิงเฉิงไม่เปลี่ยนเลยขณะที่เขาปล่อยให้ทุกคนล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจพวกเขาแม้แต่น้อยนิด … ไม่แม้แต่จะห้ามปรามสักนิด … เขาเดินออกมาจากห้องอัดเสียง ก่อนเริ่มคุยกับซาวด์นเอ็นจิเนียร์เรื่องงานชิ้นเมื่อสักครู่ เขาบอกกู่เชิง “ดื่มน้ำสักนิดเถอะ เดี๋ยวเธอต้องร้องเดี่ยว เพื่ออัดใหม่สักสามสี่ท่อน”
“โอเคค่ะ…” เธอมีข้อแก้ตัวที่จะรีบหนีออกจากห้องไปที่แผนกต้อนรับไปที่ตู้กดน้ำ หยิบแก้วกระดาษ รินน้ำดื่ม
ด้านหลังเธอ สองสาวนั้นแอบกระซิบกระซาบหัวเราะซุบซิบกันเป็นพักๆ เธอกลืนน้ำไปหลายอึกเพื่อทำให้จิตใจสงบ แต่ความคิดเธอนั้นกลับเล่นทำนองเพลงที่เธอร้องเมื่อกี้ซ้ำๆ พร้อมกับภาพของโถวไผที่สวมหูฟังกำลังร้องเพลง …
หญิงสาวที่บอกทางเธอสังเกตุเห็นเธอและหยุดบทสนทนาทันที เธอเดินมาทาง แสร้งทำเป็นกดน้ำ พอน้ำเต็มแก้ว หญิงสาวก็ยืดตัวขึ้น ด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย เธอลดเสียงลงก่อนถามด้วยเสียงลึกลับ “คุณคือ…เชิงเชิงม่านหรือเปล่าคะ”
กู่เชิงแทบจะพ่นน้ำที่เพิ่งดื่มไปออกจากปากทันที
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะเก็บเป็นความลับแน่ๆ เป็นจรรยาบรรณในการทำงานค่ะ ” หญิงสาวพูดต่อด้วยเสียงลึกลับ “ฉันเห็นคุณกับโถวไผร้องเพลงด้วยกันเมื่อกี้”
ความเครียดที่เธอพึ่งจะควบคุมได้พุ่งกระฉูดขึ้นอีกครั้ง
หญิงสาวคนนี้คงจะไม่ใช่…ไม่ใช่…ไม่ใช่…ไม่ใช่สาวคนนั้นที่ทวีตเว่ยป๋อ ใช่ไหม”
“ฉันสัญญากับโถวไผไว้ว่าฉันจะไม่เปิดเผยใบหน้าหรือข่าวหรือข้อมูลของเขาน่ะค่ะ”
หญิงสาวยืนยันเรื่องที่กู่เชิงสงสัยทันที ทำท่าราวกับเป็นโจร เธอกระซิบข้างหูกู่เชิง “ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ฉันก็จะไม่ปล่อยภาพหรือข้อมูลเกี่ยวกับใบหน้าคุณเหมือนกัน … แต่ฉันบอกคุณตรงๆเลยนะ ฉันอิจช๊าอิจฉาคุณ … เชิงเชิง คุณกับโถวไผพบกันยังไงน่ะ หือ?…”
กู่เชิงฝืนหัวเราะแบบอึดอัด “อ้อ เจอกัน … แบบธรรมดาๆทั่วไปน่ะ ”
เธอจะไปเล่าได้ไงว่า เช้าวันหนึ่ง โถวไผก็โผล่เข้ามาในห้อง YY สอนเธอทำกับข้าวน่ะ ถ้าเธอบอกแบบนั้น สาวน้อยคนนี้คงคิดว่า ไม่โถวไผก็เธอแหละที่บ้า …
“อ๊ายยย คุณเขินเกินที่จะบอกฉันล่ะสิ เข้าใจแล้ว” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มรู้ทันแบบลึกลับ
เธอรู้สึกอายจนอยากตายจริงๆ …. นี่มันอะไรก๊านนนนนนนนนนนนนนนนนน ?
ดวงเธอวันนี้มัน… ถูกเปิดโปงตัวตนออนไลน์แบบนี้ เธออยากตาย …
“เชิงเชิง.”
ขณะที่เธอไม่ประสบความสำเร็จในการพยายามหนีจากบรรยากาศนี้ เสียงงดงามราวกับเทวดาที่จุติมาจากสรวงสวรรค์ของโถวไผก็ดังขึ้น
… จู่ๆเขาก็มายืนตรงข้างๆราวนิตยสารตรงที่นั่งรอ กวักมือเรียก “มาเถอะ ตาเธอแล้ว”
กู่เชิงรีบตอบ “ได้ค่ะ” โยนถ้วยกระดาษลงถังขยะ ก่อนเดินไปหาเขาอย่างเชื่อฟัง
เธอไม่สนใจอีกแล้วว่าเด็กสาวคนนั้นจะคิดยังไง อย่างแรกคือต้องหนีออกจากตรงนี้ไปให้ได้ก่อน …
โถวไผเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบจริงๆ พอเธอเหยียบเข้าไปในห้องเก็บเสียง คนที่สื่อสารและคอยดูแลเธอนั้นคือโม่ชิงเฉิง เขาเป็นรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์สูงมาก และกู่เชิงก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะอัดเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งผ่านมาตรฐานอันเข้มงวดของคุณครูจอมเฮี๊ยบคนนี้ กว่าเพลงจะเสร็จเรียบร้อย ผู้คนที่มาขลุกอยู่รอดูเรื่องสนุกนั้นก็หิวโซจนซัดขนมที่โต๊ะจนเกลี้ยงแล้ว
“อ๋า พวกนายนี่มันเป็นพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบจริงๆ” เฟยเฉางึมงำ “สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าตอนนี้มีแต่ข้าวเท่าน๊านนน ข้าวจ๋าาาา …”
“นี่คือการเชื่อมต่อทางวิญญาณ เข้าใจไหมเฟยเฉา” เฟิงหย๋าซงจิบกาแฟที่ชงเอง ก่อนอธิบายอย่างร่าเริง “สำหรับคนเสียงเพราะสองคน ความรู้สึกที่สวยงามนั้นเริ่มจากการมีปฏิสัมพันธ์ทางเสียง …”
“ไม่ใช่พวกเขา “เชื่อมต่อ” กันมาสองเดือนแล้วเหรอไง … ก่อนที่จะมานัดเจอกันน่ะ ?” Wwwwk แทรกมาแบบคิดว่าเขารู้รายละเอียดทั้งหมด.
……
……
……
……
กู่เชิงรู้สึกว่าเธอไม่สามารถ ไม่สามารถทนอยู่ตรงนี้กับคนพวกนี้ได้อีกแล้วอย่างแน่นอน เธอคิดว่าเธอรับมือกับเรื่องในโลกออนไลน์ได้ดี แต่ตอนนี้เธอพูดอะไรไม่ได้สักคอ แต่โดนล้อจนไม่เหลือซากแล้ว
“ฉัน… มีอะไรต้องจัดการที่โรงเรียนเย็นนี้ค่ะ” เธอตัดสินใจหนี “ฉันคงอยู่ทานข้าวเย็นกับพวกคุณด้วยไม่ได้ ”
“มาเถอะ เชิงเชิง พวกเรารอเธอเพื่อจะมาสนุกกันเลยนะ …” เฟยเฉาพูดโพล่ง
“ช่าย ปกติพวกเราไม่กล้าหยอกโถวไผหรอก ” เฟิงหย๋าซงเสริม เพื่อคัดค้าน “แล้วก็พวกเราก็หาอะไรมาล้อเขาไม่ได้ด้วย การที่เธอมาเนี่ยเป็นโอกาสหายากเลยนะ ”
“ล้อเขาน่ะเหรอ? ใช่แล้ว พวกเรากลัวเขาจะสอนวิธีผ่าเปิดทรวงอกแบบละเอียดมากเลย”
……
……
“ฉันต้องขอโทษด้วยค่ะ ฉันมีธุระจริงๆ” กู่เชิงขัด น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “ครั้งหน้า ครั้งหน้าละกันนะคะ” ขณะที่เธอพูด เธอก็สวมเสื้อขนเป็ดและผูกผ้าพันคอไปด้วย
เธอกำลังเอื้อมไปหยิบเป้ที่อัดแน่นด้วยเสื้อผ้ากับเสบียง แต่มือข้างหนึ่งก็แย่งเธอไปถือก่อน
โม่ชิงเฉิงเองก็สวมเสื้อขนเป็ดสีดำเรียบร้อยแล้ว “ฉันจะไปส่งเธอที่โรงเรียนเอง พอดีเป็นทางผ่านน่ะ ”
……
……
ต้าเหริน… คะ-… คุณมาถือกระเป๋าให้ฉันทำไมน่ะ ?
ฉันจะฆ่าตัวตายเพราะทำให้โถวไผต้องมาถือเป้หนักๆนี่แหละ T T
โชคไม่ดีหนัก หลังจากเขาพูดประโยคนั้นจบ เขาก็เอ่ยเรียบๆ “ฉันจะไปก่อน พวกนายไม่ต้องรอกินข้าวเย็นหรอก” และก็ถือเป้สีฟ้าอ่อนใบโตด้วยมือเดียว เปิดประตูก่อนเดินนำไป กู่เชิงไม่ทันมีเวลาคิดและได้แต่วิ่งตามโถวไผกับเป้ไป พอประตูกำลังจะปิดเธอก็ได้ยินเสียงใครบางคนหอน เลือดที่หล่อเลี้ยงคำซุบซิบนั้นกำลังเดือดพล่านจนพวกเขาไม่สามารถควบคุมได้
ประตูปิดลง
โถวไผนั้นเดินค่อนข้างเร็ว และกู่เชิงต้องใช้แรงในการตามให้ทัน
ขณะที่เธอกำลังจะบอกเขาว่า “ต้าเหรินคะ คุณคืนกระเป๋านักเรียนให้ฉันได้แล้ว” เธอก็สังเกตุเห็น หญิงสาวจากแผนกต้อนรับมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้เธอขนลุก ดังนั้นเธอได้แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ตามโถวไผออกนอกประตูใหญ่ไป แม้แต่ตอนที่ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าลิฟท์ ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องไปที่กระเป๋าเธอที่อยู่ในมือโถวไผ …
ที่ล็อบบี้นั้นมีไฟดวงหนึ่งที่ไม่ติดจึงไม่ค่อยสว่างนัก
โม่ชิงเฉิงยกแขนขึ้น ก่อนเหลือบมองนาฬิกา “ยังไม่เย็นมาก โรงเรียนเธออยู่ไกลจากตรงนี้ไหม”
“ไม่ไกลมากค่ะ” กู่เชิงตอบตามตรง “ถ้าตารางรถไม่มีปัญหา ปกติจากนี่ไปใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ”
“ก็ไม่เลว” เสียงเขาเบาและสดใส
กู่เชิงยังไม่อยากเชื่อว่าเธอกำลังอยู่ตรงนี้กับเขา ราวกับเป็นเพื่อนสนิท
พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น แค่สองคน คุยกันแบบสบายๆ
เธอเหลือบมอบเขาตั้งแต่ล่างขึ้นบน พยายามหาวิธีเอากระเป๋าเป้คืน
พอประตูลิฟท์เปิดออก โม่ชิงเฉิงลดสายตาลงมองเธอ “พวกนั้นมันเกะกะเกินไปหน่อย เธอไม่รีบใช่ไหม ฉันจะพาเธอไปหาอะไรกินก่อนจะพาเธอกลับโรงเรียนแล้วกัน”
“เอ๊ะ” ข้อเสนอแนะนี้มันน่ากลัวไปแล้ว เธอไม่รู้ว่าจะรับมือยังไงดี
“เธออยากกินอะไรล่ะ”
“เอ๊ะ” เธอตกลงกับเขาไปเมื่อไรน่ะ
โม่ชิงเฉิงอดหัวเราะไม่ได้ “งั้นไปกินเยี่ยนตู่เซียนกันเถอะ” [1]?”
…… เธอสาบานได้ เธอจะร้องไห้มันตรงนี้เลย ……
“ไม่คัดค้านใช่ไหม” เขาทำมือบอกให้เธอเดินเข้าลิฟท์ไปก่อน “งั้นก็เยี่ยนตู่เซียนแล้วกัน”
note-line-pink
[1]腌笃鲜 เยี่ยนตู่เซียน“yan du xian.” อาหารเจียงหนาน 腌 “yan” เหยียนหมายถึงหมัก/ดอง . 笃 “du” ตู่ หมายถึงการตุ๋นด้วยไฟอ่อน . 鲜 “xian” เซียนเป็นคำอธิบายถึงรสชาติและหมายถึงความสดชื่นและบอบบาง น้ำแกงนี้ประกอบด้วยทั้งหมูเค็มและหมูธรรมดา

หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 10

 

Chapter 10 – Poached “Pearls” with Conch (1)

บทที่ 10 – “ไข่มุก” ในเปลือกหอย 1

กู่เชิงได้แต่คิดถึงเรื่องที่นัดกับเชียงชิงจื่อในวันพรุ่งนี้

วันรุ่งขึ้น เธอแกล้งป่วยจะได้ไม่ได้ต้องตามพ่อแม่ไปเยี่ยมญาติ… แต่ทั้งโทรศัพท์และเว๋ยป๋อก็เงียบกริบตลอดทั้งวัน เธออดสงสัยไม่ได้ว่า โถวไผใช้ปฏิทินอะไรกันแน่ เธอเหม่อลอยตลอดเวลา พอวันที่สาม เธออดเปิดเข้าไอดี YY อีกอัน ก่อนเข้าไปในห้องแชทชองโถวไผไม่ได้

มีคนออนไลน์อยู่หลายพัน และมีจำนวนหลายร้อยที่กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน

ฐานแฟนคลับโถวไผนั้นกว้างใหญ่มาก ถึงแม้จะไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ ก็ยังมีอีเวนท์เล็กๆน้อยๆสม่ำเสมอ มีการเชิญนักแสดงเสียงคนดัง หรือ นักร้องออนไลน์มาเป็นแขกพิเศษอยู่สม่ำเสมอเพื่อโปรโมตห้อง แม้จะไม่จำเป็นสำหรับห้องของเชียงชิงจื่อก็ตาม…

อันที่จริง แขกพิเศษนั้นแหละที่จะได้ประโยชน์ เนื่องจากจะได้แฟนคลับใหม่ๆหลายร้อยคนเลยทีเดียว

ภายในหูฟังนั้น เธอได้ยินเสียงคุ้นเคย กู่เชิงเหลือบมองชื่อไอดี: โจวเตียว’เอ่อร์ [ผิดคีย์]

กู่เชิงรู้จักเด็กหนุ่ม เสียงที่เหมือนผู้หญิงแสนละเอียดอ่อนเสียงนี้ ไม่ได้มาจากกลุ่มดนตรีของเธอเองเหรอไง

พอเด็กหนุ่มรู้ว่าเธอออนไลน์ YY และอยู่ในห้องของโถวไผ เขาก็รีบส่งข้อความส่วนตัวมาทันที: เชิงเชิงม่าน, ฉันอยากเกาะเธอดัง…เร็วเข้า ยื่นเอวมานี่ …

กู่เชิง: →_→

โจว เตียว’เอ่อร์: →_→ ระหว่างที่เธอยังไม่ได้เป็นนายหญิงอย่างเป็นทางการของโถวไผ[1], ฉันต้องรีบเกาะเอวเธอไว้ก่อนให้แน่นๆ

กู่เชิง: →_→ …… เข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว

โจว เตียว’เอ่อร์: →_→ คนที่กำลังคบกับใครอีกคน ชอบพูดตลอดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดนี่น่า

กู่เชิง: ……

เธอกำลังจะออกจากห้องแชทตอนที่เธอได้ยิน พิธีกรห้อง ถาม โจว เตียว’เอ่อร์ ที่เพิ่งร้องเพลงจบและกำลังจะปิดไมค์ว่า “โจว เตียว’เอ่อร์ ต้าต้า ฉันจำได้ว่า เชิงเชิงม่าน อยู่ในกลุ่มดนตรีเดียวกับคุณใช่ไหม”

ทันใดนั้นเอง หน้าจอก็ท่วมไปด้วยคอมเมนท์  “เชิงเชิงม่าน!!!!” อย่างล้นหลาม

โจว เตียว’เอ่อร์หัวเราะแห้งๆ กระแอมสองที ก่อนเอ่ย  “เอ้อ” อยู่สองสามครั้ง …

กู่เชิงรู้สึกเสียวลันหลังวาบ ก่อนรีบส่งข้อความส่วนตัวไปให้เขา: นายอย่าคิดที่จะพูดเรื่องฉันกับโถวไผต้าเหรินนะ

แต่พอเธอส่งไป เธอรู้สึกเหมือนคิดผิด…

ทำไมมันรู้สึกเหมือนเธอกำลังประกาศว่า ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึงซ่อนอยู่[2]”? ม่ายน้าาา เธอไม่ได้ซ่อนเงินไว้จริงๆ แม้แต่เหรียญเดียวก็ไม่มี …

กู่เชิงกำลังลังเล ในขณะที่เด้กหนุ่มกระแอมอีกสองสามครั้ง  “เอ้อ เธอเป็นคนโปรดในกลุ่มของเราเลย เธอร้องเพลงโคฟเวอร์ เรียบเรียงเพลง ทำงานเบื้องหลัง ทำงานศิลปะ …”

กู่เชิงหลับตาเงียบๆ

เด็กเอ้ยเด็ก โอเวอร์เกินไปแล้ว

พิธีกรเอ่ย “อ้อ” แล้วก็พูดต่อ “ต้าต้า อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ บอกพวกเราหน่อย… โถวไผของพวกเรากับเชิงเชิงม่าน… อะแฮ่มๆ…คุณก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”  โจว เตียว’เอ่อร์ เงียบไปสองวินาที

เชิงเชิงม่านรีบส่งคำขู่ไปอีกประโยค: ถ้านายกล้าพูดอะไรสักคำ ฉันจะตามล่าไปไปสุดขอบฟ้าเลย

“เรื่องนั้น …” โจว เตียว’เอ่อร์ เอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ เขากระแอมอีกทีก่อนพูดต่อ “ผมพูดอะไรไม่ได้หรอก เชิงเชิงม่านบอกว่าผมไม่ได้รับอนุญาตให้พูดอะไรสักคำเดียวเกี่ยวกับพวกเขา…”

พีธีกร “อ้อ” รับรู้

ด้านล่าง หัวใจแฟนคลับแตกสลายไม่มีชิ้นดี และกำลังร้องไห้ครวญคราง

“ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย……” “ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย……” “เอ่อ ฉันคิดว่า โถวไผต้าเหรินของพวกเราใกล้ยี่สิบหกแล้ว เขาควรจะมี นายหญิงได้แล้ว …… *กัดผ้าเช็ดหน้า* ฉันได้ยินเสียงหัวใจฉันกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ…” “ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย……” “โถวไผเป็นของทุกคน! ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ครอบครองเป็นของตัวเอง! ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ!” “ชื่อโถวไผ ต้าเหริน โด่งดังมามากกว่าสิบปีแล้ว มี นายท่านผู้งดงาม ทรงเสน่ห์นับไม่ถ้วนที่พยายามจะครอบครองเขาแต่ไม่มีใครทำสำเร็จ……ยัยเชิงเชิงม่านนี่มีดีตรงไหนกันl?…… ชิ้วๆ! ไปไกลๆเลย! ไม่ได้รับอนุญาต!”

กู่เชิงคิด……

โอเค… สมองเธอมึนไปหมดแล้ว

ชื่อเสียง เกียรติยศของเธอถูกลากมาทำลายจนไม่เหลือซากในคืนบ้าคลั่งนั้น… ถ้าชื่อเสียงเธอถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดีก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ชื่อเสียงโถวไผต้าเหรินนั้นสำคัญที่สุด …

เธอคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา คิดแล้วคิดอีก กู่เชิงรู้สึกว่าเธอควรจะรายงานสถานการณ์ให้เขารู้ด้วยตัวเอง

เธอล้วงมือถือออกมาจากใต้หมอน เปิด  WeChat กระแอม “ต้าเหริน… ฉันมีอะไรอยากคุยกับคุณค่ะ”

ข้อความเสียงถูกส่งไปทันที

มือเธอกุมโทรศัพท์ เฝ้ารออย่างเงียบๆ รอแล้วรอเล่า จนรู้สึกกระสับกระส่าย คิดโน้นคิดนี่เกี่ยวกับว่าโถวไผคิดยังไงเมื่อได้รับข้อความ

ถ้าต้าเหริน ไม่ชอบถูกรบกวนล่ะ?

ถ้าต้าเหรินลบเธอในWeChat ไปแล้วล่ะ?

ถ้าต้าเหรินรำคาญเธอล่ะ?

ถ้าต้าเหริน…

กู่เชิงมักจะชื่นชมตัวเองเรื่องที่ไม่เคยให้อะไรมารบกวนจิตใจตัวเองได้ แต่พอเป็นเรื่องไอดอลที่เธอรักที่สุด เธอก็ไม่สามารถสงบจิตใจลงได้เลย เธอรออยู่พักใหญ่ก่อนตัดสินใจว่าเธอมองโทรศัพท์เฉยๆมานานเกินไปแล้ว แต่พอเธอวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก็อดเงี่ยหูฟังไม่ได้…

ทันใดนั้นเองก็มีข้อความ WeChat เข้ามา .

กู่เชิงเปิดดู  โถวไผ, โถวไผ!…… ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ

ความยาวหนึ่งวินาทีเองเหรอ?

หนึ่งวินี่ คุณพูดอะไรได้บ้างเนี่ย สามคำ หรือสองคำ?

เธอเปิดอ่านแบบงงๆ เอามือถือแนบหู เธอได้ยินเสียงงุนงงของเชียงชิงจื่อเอ่ยหนึ่งคำ “อืมม”… แค่คำเดียว “อืมม” แล้วก็จบ ใครเคยได้ยินคนส่งข้อความเสียงมาแค่คำเดียวแบบนี้บ้าง คำคำนี้สามารถพูดอย่างชัดเจนน่าฟัง ในขณะเดียวกันสามารถทำให้คุณรู้สึกตกอยู่ในภวังค์จนทำให้หัวใจคุณรู้สึกสั่นไหวไปด้วย

ภาพที่โผล่ขึ้นมาในหัวคือ: ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ชายหนุ่มทรงเสน่ห์ เสื้อผ้าหลุดรุ่ย นอนตะแคงข้างอยู่บนเตียง …

กู่เชิงรู้สึกทนไม่ไหว

เพราะภาพในหัว เสียงเธอต่ำลงอีกตอนที่พูด  “ต้าเหริน, คุณกำลังหลับอยู่หรือเปล่าคะ”

ไม่นานนัก เชียงชิงจื่อส่งมาอีกข้อความ ความยาวหนึ่งวินาทีอีกแล้ว

ครั้งนี้เขาจะพูดอะไร เธอนึกไม่ออก

เธอเอาโทรศัพท์แนบหูและได้ยินเชียงชิงจื่อพูด …  “อืมม” อีกแล้ว ครั้งนี้โถวไผต้าเหริน ดูตื่นกว่าเดิม เสียงเขาดูอบอุ่นอ่อนโยน

แค่ได้ฟัง หัวใจกู่เชิงเหมือนจะโบยบิน

แม้แต่คนรักเสียงตัวจริงผู้มีประสบการณ์อย่างเธอ ก็ยังรับมือไม่ไหว

“เอ่อ… ต้าเหริน, คุณตื่นหรือยังคะ”

“อืมม”

กู่เชิง: “ฉะฉัน…ขอคุยกับคุณเรื่องหนึ่ง?”

“อืมม” เชียงชิงจื่ออดหัวเราะน้อยๆไม่ได้

……

อืมม ติดๆกันสี่ครั้ง

เป็นภาพของ “คนงาม” หนึ่งเซ็ต

ภาพแรก ขุนนางหนุ่มที่ยังไม่ตื่น และยังอยู่ในความฝันเลือนราง ดวงตากวาดมอง เสียงสั่นน้อยๆ

ภาพที่สอง เจ้าชายหนุ่ม ในมือกำลังถือน้ำซุปแก้เมาถ้วยหนึ่ง ดวงตายิ้มน้อยๆ เสียงอบอุ่นอ่อนโยน

ภาพที่สาม แม่ทัพผู้องอาจ แขนเสื้อม้วนขึ้นบางส่วน ดวงตานั้นทรงเสน่ห์เป็นประกาย เสียงเจือความความเอ็นดูน้อยๆ

ภาพที่สี่… นั้นยั่วยวนอย่างยิ่ง ราชันย์หนุ่มรูปหล่อค่อยๆตื่นจากหลับไหลในห้องบรรทม ภายในอ้อมแขนมีหญิงงาม น้ำเสียงยั่วยวน…

……

หลังจากความคิดเธอเตลิดเปิดเปิงไปกับรายละเอียด สมองเธอก็หยุดทำงาน เลือดไหลขึ้นหัวจนหมด

“อ๊ะ เอ่อ … ต้าเหริน,  ฉันลืมหมดแล้วว่าอยากจะพูดอะไร  … คุณกลับไปนอนต่อเถอะค่ะ …”

note-line-pink

[1] 金主 “jin zhu.” ความหมายตรงตัวว่า นายท่านทองคำ คือเศรษฐี แต่มักจะใช้เป็นแสลงว่า “มีเสี่ยเลี้ยง” นั้นเอง คือ เป็นคนที่มีสิทธีเหนือคุณ ในบริบทนี้ โจว เตียว’เอ่อร์ กำลังล้อ เชิงเชิงว่าเป็น นายท่านผู้ล้ำค่าของโถวไผ มีสิทธิเหนือคนอื่น หรือแปลว่าแฟนของเขานั่นเอง จะขอใช้นายหญิงแทนเลยนะคะ ให้ความหมายคล้ายๆกับแล้วสั้นดี

[2] 此地无银三百两 “ci di wu yin san bai liang.”  แปลตรงตัวว่า ตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง” สุภาษิตที่อธิบายว่า คนที่ทำผิดที่แสร้งทำเป็นบริสุทธิ์ การพยายามปกปิดความลับว่าไม่มีอะไร และสารภาพออกมาง่ายๆนั่นเอง

 

หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 9

Chapter 9 – Sauteed Black Pepper “Little” Ribs (4)

บทที่ 9 ซี่โครงอ่อนผัดพริกไทยดำ 4

เธอรู้สึกเหมือนตัวลอยอยู่บนก้อนเมฆ ลอยค้างอยู่บนนั้นแล้วลงมาไม่ได้

โม่ชิงเฉิง?

ชื่อของต้าเหริน คือโม่ชิงเฉิง?

โม่ชิงเฉิง [莫倾城[1]]?ชื่อนี้แบบว่า…? กู่เชิงเปิดโปรแกรม WeChat, หาไอดีนี้ ก่อนกดแอด ปลายทางนั้นเงียบกริบ ไม่มีการตอบรับใดๆ เธออดคิดไม่ได้ว่าเธอแอดคนผิดหรือเปล่า เลยพิมพ์ข้อความส่งไป : เชียงชิงจื่อ ต้าต้าคะ ฉันเชิงเชิงม่านค่ะ

การพูดคุยในระยะใกล้แบบนี้กับ เชียงชิงจื่อ นั้นแตกต่างจากบรรยากาศใน YY มาก.

หน้าตาสนทนาแบบสอง-ต่อ-สอง และรูป profile กระต่ายน้อยของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่าจะใกล้ชิดเกินไปแล้ว

กรี๊ดดด กรี๊ดดดดดดดดด ใกล้ชิดจนเธอรู้สึกตื่นเต้นไปหมดแล้ว

เธอกุมมือถือ รอคอย และเมื่อเธอเห็น สถานะ “อีกฝ่ายกำลังเขียนข้อความ” ตาเธอเบิกกว้าง แค่พริบตาเดียว เชียงชิงจื่อก็ส่งข้อความเสียงมาให้เธอใน WeChat

ข้อความเสียง…

ต้าเหริน … คุณจะช่วย… เริ่มช้าๆหน่อยได้ไหม เริ่มด้วยข้อความธรรมดาก็พอ

เธอได้แต่จ้องข้อความเสียงที่ยังไม่ได้เปิดอ่านแบบอึ้งๆ

ทันใดนั้นเอง เธอเก็บมือถือ ย่องกลับไปที่ห้องนอนแบบเงียบๆ ก่อนลงกลอน เธอเงี่ยหูฟังสถานการณ์ในห้องนั่งเล่น พ่อกับแม่กำลังดูรายการเทศกาลลฤดูใบไม้ผลิ ที่อยู่ในช่วงน่าสนใจ พวกเขาคงไม่มาสนใจอะไรเธอไวๆนี้แน่ๆ

เมื่อมั่นใจว่าจะไม่มีความเสี่ยงใดๆ เธอกระโดดขึ้นเตียง หยิบมือถือ สวมหูฟังก่อนเริ่มฟังข้อความ

เสียงนั้นที่เคยพากษ์ละครโบราณและโฆษณาจำนวนมากมาย กำลังตอบเธออย่างเป็นกันเอง “ฉันรู้ว่าเป็นเธอ”

……

เอ่อ… แล้วฉันจะส่งข้อความธรรมดา หรือข้อความเสียงดีล่ะเนี่ย…

แต่ต้าเหรินส่งข้อความเสียงมา คงจะไม่ดีมั้งถ้าฉันจะส่งข้อความธรรมดาๆไปน่ะ

กู่เชิงกระแอมเบาๆ ก่อนซ้อมพูดสองสามประโยคเพื่อให้แน่ใจว่าเสียงเธอโอเค

ก่อนกดปุ่ม “กดเพื่อพูด”

แล้วก็… เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอตื่นเต้นจนเผลอปล่อยปุ่ม และข้อความก็ถูกส่งไปทันที  T T

ข้อความว่างๆ ว่างเปล่าถูกส่งไป

โอ๊ย…

WeChat งี่เง่าเอ้ย! จะยกเลิกก็ไม่ได้… อ๊ายยยยยยย!

เชียงชิงจื่อตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว: “เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?”

กู่เชิงอยากจะร้องไห้ ภาพพจน์ของเธอในสายตาโถวไผถูกทำลายหมดแล้ว เธอก้มหน้ากอดอก ด่าตัวเองเบาๆ  “กู่เชิง ไปตายซะเถอะ… ด้วยวิธีไหนก็ได้…” เธอคิดว่า โถวไผ ต้าเหริน ว่างมากเหรอไง เขามีข้อความหลายหมื่นที่โดนแท็ก@, ความเห็นหลายหมื่นที่เขาไม่มีเวลาอ่านด้วยซ้ำ เขาอาจจะมีสิบกล่องข้อความที่ระเบิดเพราะมันเต็มจนล้นแล้วล้นอีกก็ได้…

หลังจากด่าตัวเองอย่างรวดเร็ว เธอกระแอมไออีกหลายครั้ง คิดอย่างละเอียดว่าจะพูดอะไรดี กดปุ่ม “กดเพื่อพูด” “อืม … ฉันขอถามได้ไหมคะว่าต้าเหรินติดต่อฉันทำไม?”

เอ่อ…มันดูสุภาพไปไหมเนี่ย

เธอกระสับกระส่ายอย่างตื่นเต้น

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจริงจังหรอก ฉันจำได้ว่าเธอติดหนี้ฉันอยู่เพลงหนึ่ง” เสียงเขาฟังดูผ่อนคลายและเหมือนอยู่ข้างนอก เพราะได้ยินเสียงจราจรบนท้องถนน

“อ่ะ… ต้าเหริน, คุณอยาก… ฟังตอนนี้เหรอคะ?”

กู่เชิงอยากร้องไห้ เธอเหลือบมองเวลาบนหน้าจอมือถือ: 11:30 p.m.

“ตอนนี้?” เสียงเชียงชิงจื่อดูแปลกใจ และเจือเสียงหัวเราะน้อยๆอย่างเอ็นดู

อ้าว ทำไมกลายเป็นว่าเธอเสนอตัวอีกแล้วล่ะ กู่เชิงรู้สึกอยากร้องไห้จริงๆแล้วสิ

เธอเอื้อมไปหยิบลูกอม ตัดสินใจว่า ไม่ว่ายังไงก็ตาม เธอจะร้องเพลงให้โถวไผฟังแบบเต็มที่

ทันใดนั่นเชียงชิงจื่อส่งข้อความเสียงมาอีก: “ ตอนนี้ดึกไปแล้ว พรุ่งนี้ละกัน”

ต้าเหรินช่างเอาใจใส่จริงๆ

กู่เชิงหายใจออกอย่างโล่งอก.  “ขอบคุณค่ะ ต้าเหริน. ฉันจะเตรียมตัวร้องเพลงให้คุณพรุ่งนี้ อื้มมม”

“โอเค.”

และแล้ว…การสนทนาก็จบลง?

กู่เชิงดูข้อความก่อนหน้านี้ใน WeChat คิดว่าเธอจะเซฟมาลงในคอมพิวเตอร์ และจะตัดต่อเพื่อเก็บเข้าคอลเลคชั่นส่วนตัวยังไงดี ในอนาคต ถ้ามีงานที่โถวไผพากษ์ เธอจะเอาออกมาอวดพ่อกับแม่ … คิดดูอีกที่ ลืมๆมันไปซะดีกว่า เธอจะเอาออกมาอวด.… โอ๊ยๆ เธอคิดว่าเธอจะเอาออกมาอวดใครก็ตามแต่ เธอคงโดนถูกไล่ฆ่าอยู่ดีแหละ…

แค่เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวก็พอแล้ว…

ขณะที่เธอกำลังวางแผนว่าจะทำอะไรดีนั้นเอง เสียงเตือนจากมือถือก็ดังขึ้น

เชียงชิงจื่อส่งข้อความมาสองอันติดๆ ข้อความเสียงมีความยาวประมาณ 60 วินาที ส่วนอันที่สองนั้นมีความยาว 20 วินาที.

สองนาทีก่อน? สองนาทีก่อนจริงๆน่ะเหรอ?

เธอตรวจสอบเวลาที่ข้อความถูกส่งมาสามครั้งเพื่อให้แน่ใจส่งมาเมื่อสองนาทีก่อนจริงๆด้วย…

เธอรีบยัดหูฟังใส่หูก่อนเอนตัวนอนบนเตียงฟังข้อความแรก

เสียงเชียงชิงจื่อพูดอีกครั้ง เสียงเขาเพราะจริงๆ … จนทำให้เธออยากร้องไห้ “ฉันจำได้ว่า ฉันไม่ได้ให้สูตรอาหารเธอมานานแล้วนะ

“ซี่โครงอ่อนผัดพริกไทยดำ อืมม์ มันอร่อยจริงๆ

“ซี่โครงอ่อน นี้คือกระดูกอ่อนวัว เลาะกระดูกออกให้หมด ราดด้วยเหล้าที่ทำจากข้าว น้ำมันหอย และก็ซอสพริกไทยดำ ก่อนเติมพริกไทยที่โขลกจนแตก ซุปก้อนไก่ และก็แป้งข้าวโพด ผสมให้เข้ากัน แล้วก็เติมน้ำและใช้มือขยำส่วนผสมให้เข้าเนื้อ

“ทิ้งไว้สัก…สิบห้านาที ก่อนเทน้ำมันลงกระทะ ทิ้งไว้ให้ร้อน ผัดด้วยไฟแรงจนเนื้อเริ่มเปลี่ยนสี เติม ต้นหอม หน่อไม้ฤดูหนาว และพริกหยวกที่หั่นไว้ลงไป ผัดให้เข้ากันจนสุก และก็ตักใส่จานได้ ”

ข้อความเสียงที่เขาส่งมานั้นมีเสียงวิทยุจากรถแท็กซี่ แต่เสียงเชียงชิงจื่อนั้นน่าดึงดูดกว่าเสียงดีเจกะเที่ยงคืนเยอะ เป็นเสน่ห์ที่หาใครเปรียบไม่ได้จริงๆ …

กู่เชิงไม่รู้ว่า เธอหิวจนตาลายหรือแค่โดนสะกด แม้แต่ลมหายใจของเธอยังช้าลง

เหมือนกับเธอกลัวจะรบกวนเขาที่กำลังพูด ลืมแม้กระทั่งว่าที่เป็นข้อความที่ถูกอัดไว้

พอจบแอพก็เปิดข้อความถัดไปทันที: “พริกไทยดำนั้นเป็นอะไรที่อร่อยมากถ้าเอาไปปิ้ง อร่อยจริงๆ ถ้าเธอไม่อยากทำซี่โครงอ่อน อาจจะเปลี่ยนมาใช้สันในก็ได้ แต่…จะให้เหมาะที่สุดก็ใช้ซี่โครงอ่อนนี่แหละ.

อ้อ ดึกแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”

“ราตรีสวัสดิ์”

แผ่วเบาและอ่อนโยน ราวกับกำลังกระซิบอยู่ข้างหูว่า “ราตรีสวัสดิ์”

กู่เชิงรู้สึกเหมือนกับฝันไปตอนเธอฟังข้อความ ถึงแม้เมื่อเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ เชียงชิงจื่อจะเคยอัดคลิปให้แฟนคลับหลายคลิป มีแม้กระทั่ง นิทานก่อนนอน หรือ ปลุกยามเช้า แต่ไม่มีคลิปไหนที่สามารถเทียบใดกับอันนี้ กับการที่ทำให้ใจเธอเต้นผิดจังหวะได้

ราวกับหัวใจกำลังโบยบิน

นี่คือสิ่งที่เธอรู้สึกครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงของเขา

ไม่ได้เว่อร์นะขอบอก

เธอจำได้ว่า ครั้งแรก เธอโดนใครไม่รู้บังคับให้ฟังเสียงเขา แค่เพียงไม่กี่คำแรก เธอก็ได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังหงุดหงิดของตัวเอง ก่อนจะกลายเป็น คนรักเสียงอย่างเต็มตัว โดยที่ไม่มีวันหวนกลับอีกแล้ว

เธอรีบตอบกลับไปหนึ่งประโยค: “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ต้าเหริน.”

กู่เชิงฟังข้อความซ้ำแล้วซ้ำอีก ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกอยากกินอะไรขึ้นมาทันที… เธอแง้มประตู ก่อนย่องเลี่ยงๆผ่านห้องที่พ่อกับแม่อยู่ ก่อนย่องกลับมาอีกครั้ง คิดอยู่ในใจ พอเทียบกับซี่โครงอ่อนผัดพริกไทยดำแล้ว อาหารในบ้านเธอนี่มันห่วยจริงๆ…ห่วยมาก… เธอก็ได้แค่หยิบข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปมาชงกับนมร้อนแค่นั้น ตอนเธออุ่นนมในไมโครเวฟ เธอก็ยังกุมมือถือแน่น

เธอนึกถึงการสนทนาที่พึ่งผ่านไปไม่นาน มันไม่ธรรมดาจริงๆ

เธออดเปิดเว่ยป๋อไม่ได้ เธอทวีตไปอย่างมีความสุขสุดๆ:

มีความสุขจังเลย! ฉันจะทำไงดี? กรี๊ด ฉันทำไงดีเนี่ย? ……

ไม่นานนัก ไมโครเวฟก็หยุด เธอวางโทรศัพท์ ก่อนเริ่มทำข้าวโอ๊ตต้ม พอคนจนได้ที่ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แค่ในเวลาไม่ถึงสองนาที และก็มี… มี… ข้อความตอบกลับมากกว่า 200 ความเห็น…

นับตั้งแต่เธอเปิดแอคเคาท์เว่ยป๋อมา มีคนตอบเธออย่างมากก็ประมาณสิบความเห็นเท่านั้นแหละ? …

เธอกดเปิดดูข้อความ ไล่เปิดทุกหน้าเพื่ออ่านความคิดเห็น

เธอไม่รู้จักคนตอบสักคน

และจำนวนคนที่ตอบนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว นอกจากการแสดงความเห็นที่บอกว่าอิจฉา ริษยา และแสดงอาการโมโหที่ทำให้เธอรู้สึกแย่แล้ว ข้อความที่ถูกพิมพ์ซ้ำๆเยอะที่สุดคือ “…… ฉันไม่เห็นอะไรเลย”

กู่เชิงงงสุดๆ

เธอได้แต่เปิดกลับไปเรื่อยๆ เพื่ออ่านว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

เธอเปิดดูข้อความที่เก่าที่สุดไม่กี่อันแรก…และก็เห็นต้นตอของเรื่อง

เชียงชิงจื่อ: *ยิ้ม* เธอมีความสุขก็ดีแล้ว

โต้วโต้วโต้วปิง: …… ฉันไม่เห็นอะไรเลย

เจ๋อเม่ยชายี่: …… ฉันไม่เห็นอะไรเลย

เฟิงหย่าซ่ง: …… ฉันไม่เห็นอะไรเลย.

เฟยเฉา: …… เชี่ยเอ้ย ฉันไม่เห็นอะไรเลย

บุคคล A: …… ฉันไม่เห็นอะไรเลย.

บุคคล B: ฉันเกลียดเธอ เชิงเชิงม่าน!  กัดผ้าเช็ดหน้าอย่างขุ่นเคือง!

บุคคล C: …… ฉัน…ไม่เห็นอะไรเลย..

……

note-line-pink

[1]莫倾城。กู่เชิงกำลังเดาตัวอักษรภาษาจีนในชื่อโถวไผค่ะ 倾城 หมายถึงล่มเมือง ที่หมายถึงความงดงามที่สามารถล่มเมืองได้ เป็นชื่อเล่นที่โต้วโต้วโต้วปิงตั้งให้เมื่อบทที่แล้ว คนแปลขอตั้งว่า ต้าเหรินผู้งดงามเหนือใครนะคะ

หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 8

Chapter 8 – Sauteed Black Pepper “Little” Ribs (3)

บทที่ 8 ซี่โครงอ่อนผัดพริกไทยดำ 3

กู่เชิงต้องใช้แรงอย่างมากในการพยายามควบคุมตัวเองให้สงบนิ่ง สงบนิ่งเหมือนเธอเป็นคนเปิดเนื้อเพลงมืออาชีพ

แต่พอทำนองเพลงเริ่มดังขึ้นผ่านหูฟัง เธอกลับสับสนว้าวุ่นจนมือไม้สั่น เสียงโถวไผเวลาร้องเพลงจะเป็นยังไงนะ? เธออดสงสัยไม่ได้…

เธอตื่นเต้นมาก มากจนตอนที่เขาเริ่มร้องคำแรก เธอคิดว่าเธอกำลังหลอนอยู่หรือเปล่า

“สวมหมวกไม้ไผ่ท่ามกลางฝนพรำ ไร้ถ้อยคำใดใดจะพูดจา เฝ้ารอเพียงแสงแรงกล้า แหวกเมฆาท่ามกลางนภา

ฟังคำสอนสั่งแห่งสามบริสุทธิ์ ทวนคำย้ำเตือนอยู่เช่นกัน ด้วยดวงจิตตั้งมั่น ข้านั้นยินพุทธวาจา [1]

เพียงพลิกฝ่ามือ ชะตาชีวิตแปรผัน [2] เลือกอีกทางนั้น อาจผันสวรรค์เปลี่ยนโลกา…”

เสียงทุ้มต่ำเผด็จการนั้น ฟังดูดีเกินไปแล้ว?!!!!

ถ้าเวอร์ชั่นผู้หญิงนั้นฟังดูบอบบางละเอียดอ่อน เวอร์ชั่นที่เชียงชิงจื่อร้องนั้นเหมือนมีคนคนหนึ่งยืนกอดอกทอดสายตามองโลกเบื้องล่างอยู่

นัยน์ตามัว

ช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกอ่อนไหว

เสียงก้องออกมาจากอก!

การควบคุมเวลาเปลี่ยนคีย์นั่น!

ท่อนคอรัสหยุดชะงักลง การร้องนั้นเปลี่ยนเป็นเสียงพูด เชียงชิงจื่อกำลังพูดเนื้อร้องด้วยเสียงสไตล์โบราณ:

 

หนทางแห่งการบรรลุจิตใจ ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือไป หากการเดินตามทางนั้นไซร้ กลับไกลเหลือเกิน

พิรุณโรยรินไม่หยุดพัก หิมะจักโปรยลงไม่เหนื่อยล้า นภานั้นมีเพียงเมฆา ตะวันแรงกล้านั้นลบเลือน

ข้านั้นแสนจะเดียวดาย หากเดินไปต่อท่ามกลางผู้คน ข้าผู้นี้จะฝืนทน ไม่อับจนยิ้มรับมัน …”

เสียงสะท้อนเล็กๆที่ถูกเพิ่มเข้ามา ทำให้ปลายเสียงที่เต็มไปด้วยความรักนั้นเลือนหายไป จึงกลายเป็นเสียงที่ทำให้เกิดภาพของบุรุษหนึ่งที่กำลังฝืนทนอย่างสง่างาม และภาพของความงดงามสงบนิ่งไร้ขีดจำกัด

ถ้าเธอไม่ได้กำลังเปิดเนื้อร้องอยู่ เธอคงเอามือทาบอกเสีย ต้าเหริน ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้สึกของคุณนี่เกินไปแล้ว

เขาถ่ายทอดมาได้หมด! ที่จริงมากเกินไปด้วยซ้ำ!

นักแสดงเสียงที่สามารถร้องเพลงได้นั้นเป็นศัตรูของเหล่านักร้อง ศิลปะทุกแขนงนั้นมีผู้เชี่ยวชาญ คนที่เชี่ยวชาญในการพูด ไม่เก่งเรื่องการร้อง คนที่ร้องเพลงเก่งไม่เก่งเรื่องการพูดบท แต่…ภาพรวมแบบนี้ใช้ไม่ได้กับโถวไผ

ไม่ใช่แค่กู่เชิง…

ระดับความตื่นเต้นของทุกคนในห้องนั้นทะลุปรอทไปนานแล้ว

นี่คือบางสิ่งที่จู่ๆเกิดขึ้นและไม่สามารถขอได้ นี่คือบางสิ่งที่จู่ๆเกิดขึ้นและไม่สามารถขอได้จริงๆ

สิ่งที่แฟนคลับสามารถทำได้นอกจากการประกาศสารภาพรักนั้น มีแต่การสารภาพรักไร้ที่สิ้นสุด นอกจากการประกาศถึงความรักแล้ว ไม่มีอย่างอืนที่สามารถอธิบายถึงความรู้สึกเบิกบานใจแบบสุดๆของพวกเขา กู่เชิงอยากอ่านข้อความที่หลั่งไหลมาอย่างถล่มทลาย ฟังเพลงไปด้วย และยังทำหน้าที่เปิดเนื้อเพลงให้ดีไปด้วย เป็นอะไรที่เหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจริงๆ เธอรู้สึกว่าเพราะเธอไม่สามารถนอนฟังเพลงโถวไผอยู่เฉยๆได้ เธอไม่สามารถรู้สึกรักใครได้อีกแล้ว

แม้แต่เหล่าแอดมินฯห้อง โต้วโต้วโต้วปิงและเฟิงหย๋าซ่งยังเข้าร่วมกองทัพนักคอมเมนท์ บ่นไม่หยุดว่าเชียงชิงจื่อเก่งเกินไปแล้วที่ซ่อนความสามารถของเขาไว้ได้ตั้งนาน

โต้วโต้วโต้วปิง: เชียงชิงจื่อ คุณน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น ชิงกัวชิงเชง [3] นะ[งดงามเหนือใคร]. ฉันจะเป็นแฟนคลับคุณตลอดไปเลย!

เฟิงหย๋าซ่ง: อารามหวานเม่ยนั้นเล็กเกินไป… เล็กเกินไปแล้ว ไม่สามารถเก็บซ่อนความงดงามของคุณได้เลย

เฟยเฉา: เชี่ยเอ้ย! ฉันจะล้างมือในอ่างทองคำแล้วล่ะ [4]!  ฉันหากินทางนี้ไม่ได้อีกแล้ว…

……

ขณะที่ทุกคนกำลังฟังจนเหมือนเส้นเลือดจะแตกนั่นเอง ทำนองเพลงก็หยุดชะงัก

“พอแค่นี้แล้วกัน” เขากระแอมก่อนเอ่ยเบาๆ “แค่นี้แหละ”

……

……

……

……

กู่เชิงอยากร้องไห้

โต้วโต้วโต้วปิงกระโดดเข้ามา เปิดไมค์เป็นคนแรก: “โหดร้ายเกินไปแล้ว! มีที่ไหนคนที่ร้องแค่ครึ่งเพลงน่ะ??!! โถวไผ ไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย! น่าหงุดหงิดชะมัด!

“ฉันไม่ใช่นักร้อง cover เสียหน่อย ไม่เห็นต้องมีจรรยาบรรณาอาชีพเลย” เขาหัวเราะ “นี่ก็ดีแล้ว พอแล้วล่ะ”

ดี?  พอ?

นั่นมันเป็นเรื่องที่ต้องถามคนฟังไม่ใช่เหรอไง โถวไผต้าเหริน?……….

“เอาเถอะ เอาเถอะ ไม่ใช่ว่าพวกคุณไม่รู้จักอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเชียงชิงจื่อสักหน่อย” เจ๋อเม่ยชายี่พูดผ่านไมค์พยายามกล่อมฝูงชน… “เอาแบบนี้ละกัน ผมร้องเพลงให้พวกคุณฟังสักท่อนเป็นไง?…”

“นายอ่ะ ไสหัวไปเลย” โต้วโต้วโต้วปิงไม่ไว้หน้า“คืนนี้มีนักร้องเสียงทองอยู่ตั้งเยอะ นายน่ะไปไกลๆเลย!”

“ก็ได้…ผมปิดไมค์ละกัน” เจ๋อเม่ยชายี่เป็นที่รู้จักว่านิสัยง่ายๆสบายๆ; ไม่งั้นเขาคงเป็น “ม้าม่วง”[6] ที่คุมเหล่าคนร้ายกาจ[5]ไม่ได้หรอก

“ตอนนี้…”โต้วโต้วโต้วปิงเปลี่ยนเรื่อง “เชียงชิงจื่อต้าเหรินผู้งดงามเหนือใคร ตอนนี้ฉัน อะแฮ่มๆ ตอนนี้ฉันเริ่มตื่นเต้นเวลาคุยกับคุณแล้วล่ะสิ โอ๊ย คุณก็รู้นี่ ว่าฉันคลั่งผู้ชายที่ร้องเพลงได้”

“เธอจะประจบเขาได้มากกว่านี้อีกไหม…” เฟิงหย๋าซ่งหัวเราะก๊าก “…โอ ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มผู้ยิ่งใหญ่”

“นายไสหัวไปเลย นี่เป็นคำสั่งของข้าผู้ยิ่งใหญ่” โต้วโต้วโต้วปิงไล่ “คืนนี้คนที่ร้องเพลงเพี้ยนไม่ได้รับอนุญาตให้พูด”

หางกระดิกไปมาระหว่างขา เฟิงหย๋าซ่งปิดไมค์ไปอีกคน

“เชียงชิงจื่อต้าเหรินผู้งดงามเหนือใคร?” โต้วโต้วโต้วปิงกระดิกหาง

“หืมม์?”

“คุณ…กำลังทำอะไรอยู่?”

เชียงชิงจื่อคิดแปปเดียวก่อนตอบ “ฟังพวกคุณคุยกันไง”

“ต้าเหริน คุณมีโปรแกรมพิเศษอะไรอีกไหม หรือมีอะไรอยากจะพูดกับแฟนๆบ้างหรือเปล่า?”

เขาทำท่าเหมือนอยากไปแล้ว และจากน้ำเสียงเหมือนเขากำลังเก็บงาน “ผมขอคิดดูแป็ป”

ห้องเงียบลงทันควัน

เพราะว่าการแสดงของเชียงชิงจื่อต้าเหรินผู้งดงามเหนือใคร นั้นทำเอาทุกคนเลือดไหลเวียนกันไวเกินไป พวกเขาจึงตั้งหน้าตั้งตารอว่าเขาจะลงท้ายอย่างไร

“สิ่งที่ผมอยากพูดก็คือ…” เขาเสียงเหมือนกำลังกินอะไรอยู่ น่าจะเป็นลูกอมแก้เจ็บคอ จึงพูดไม่ค่อยชัดเท่าไร เขาหัวเราะเสียงเบา พูดด้วยเสียงงึมงำอ่อนโยนน่าหลงไหล “อย่าทุ่มเทจิตใจให้ใคร แค่เพราะแค่คุณหลงใหลเสียงเสียงหนึ่ง คุณไม่รู้หรอกว่าปลายสายอินเตอร์เนตนั้น เจ้าของเสียงนั้นเป็นคนแบบไหนกันแน่ จริงไหม?”

จริงไหม?

จริงไหม…

ไม่! ไม่จริงหรอก?!

ถ้าเป็นคนอื่นพูด มันคงฟังดูโน้มน้าวกว่านี้เยอะ

แต่โถวไผต้าเหริน คืนนี้คุณใช้เสียงจนทุกคนตกหลุมรักคุณ และมาเตือนทุกคนว่าอย่าหลงใหลเสียงหนึ่งเกินไปแบบนี้เนี่ย… คุณจงใจหรือเปล่าเนี่ย? คุณต้องจงใจแน่ๆ แน่นอนที่สุด!

แน่นอนอยู่แล้ว แฟนคลับเริ่มสแปมข้อความอย่างบ้าคลั่ง ร้องไห้, ต้าเหริน ฉันรักคุณ จะสนับสนุนคุณตลอดไป!

เจ๋อเม่ยชายี่เริ่มเวียนหัว กระแอมก่อนใช้เสียงแมนๆทรงอำนาจพูดกลบความตื่นเต้นของแฟนคลับ “เชียงชิงจื่อต้าต้า หมายความว่า การชื่นชอบเสียงก็พอแล้ว อย่าให้เสียงมาหลอกลวงความรู้สึกพวกคุณ คุณก็รู้ การชื่นชอบแบบมีเหตุผลน่ะ อื้อ ใช่แล้ว การชื่นชอบแบบมีเหตุผล”

……

……

เออ เขารู้หรือเปล่าว่าเขากำลังพูดอะไรไร้สาระอยู่น่ะ

กู่เชิง นักเปิดเนื้อเพลงตัวน้อยถูกลืมเลือนและกลบโดยฝูงชนในขณะที่เธอกำลังฟังการหยอกล้อ

น่าทึ่งจริงๆ เพราะว่าพวกเขากำลังพูดผ่านอินเตอร์เนตอยู่จึงน่าทึ่งมาก นี่คงเป็นความหมายของสุภาษิตที่ว่า นกย่อมอยู่รวมฝูงเดียวกันสินะ…

เธอรู้สึกว่าเชียงชิงจื่อคงจะออกไปแล้ว จึงกดปิดฟังค์ชั่นการอัดเสียง ก่อนหาซอฟแวร์เพื่อตัดคลิป ที่โถวไผต้าเหรินร้องเพลงครึ่งเพลงออกมา เธอเพิ่งจะเปิดโปรแกรมตอนที่เชียงชิงจื่อส่งข้อความส่วนตัวมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

เชียงชิงจื่อ: พอดีมีเรื่องด่วนต้องทำน่ะ ฉันต้องไปแล้ว

กู่เชิงรัวนิ้วพิมพ์บนคีย์บอร์ด: “ต้าเหริน รีบไปได้แล้วค่ะ ^^”

แต่ถ้าจะถามว่าทำไมจู่ๆต้าเหรินถึงมาบอกลาเธอนี่ เธอเดาเล่นๆว่าคงเพราะเป็นมารยาทมั้ง…

การบอกลาตามมารยาทให้กับคนเปิดเนื้อเพลงตัวน้อยที่เขาพึ่งร่วมมือด้วยเป็นครั้งแรก อ่ะห่ะ

เชียงชิงจื่อ: เธอมี  WeChat ไหม?

กู่เชิง: มีค่ะ ต้าต้า.

เชียงชิงจื่อ: เธอจะโอเคไหมถ้าจะแอดฉันใน WeChat น่ะ?

……

กู่เชิงจ้องหน้าจออึ้งๆ…… ต้าเหรินยะ…อยาก…อยาก……อยาก….อยากแอดฉันเป็นเพื่อนใน WeChat?

เชียงชิงจื่อ: โม่ชิงเฉิง.  ไอดีฉัน โทษทีนะ ต้องไปแล้ว.

กู่เชิงจ้องหน้าจออึ้งๆต่อ…… นี่มันไอดี WeChat ของต้าเหริน…ของเขา…ของเขา…ของเขา?

note-line-pink

[1] The Three Pure Ones, 三清 สามบริสูทธิ์ คือเทพสูงสุดสามองค์ของลัทธิเต๋า “ฉันได้ยินพุทธวาจา” 如是我闻 เป็นประโยคที่เห็นบ่อยๆในคัมภีร์พุทธศาสนา นี่เป็นประโยคที่ว่า บุคคลนี้รู้ทั้งเต๋าและพุทธ แต่ก็ไม่ได้นับถือศาสนาไหนเลย

[2] 命格 ‘ming ge.’ หรือชะตาชีวิต ที่ถูกกำหนดจากวันและเวลาเกิด หรือ”ตกฟาก” สำหรับโหราศาสตร์จีน ชะตาชีวิตของคน ไม่ว่าจะโชคดี การพบเจอ ความรัก ฯลฯ นั้นถูกลิขิตมาตั้งแต่เกิด แต่ถูกเขียนลงใน “ชะตาชีวิต”’

[3] 倾国倾城. แปลตรงตัวว่า การล่มสลายของประเทศและเมือง.’ โดยสุภาษิตนี้มักจะนำมาใช้บรรยายสาวงามที่สามารถทำให้ประเทศล่มสลายได้ ในบทนี้คือการล้อเล่น แต่แปลว่า ความสามารถและเสน่ห์ของโถวไผนั้นไม่มีใครเทียบได้ โดยชื่อเล่นนี้จะโผล่มาอีกหลายหนในเรื่อง

[4] ในเรื่องกำลังภายใน จอมยุทธ์มักจะล้างมือในอ่างทองคำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาจะถอนตัวออกจากยุทธภพ

[5] 牛鬼蛇神 “niu gui she shen.” แปลตรงตัวว่า ผีที่มีหัวเหมือนวัว เทพเจ้าที่มีลำตัวเหมือนงู มักจะใช้บรรยายอะไรแฟนตาซี แต่กลายเป็นคำอุปมาที่ใช้แทน สิ่งน่าเกลียด หรือคนไม่ดี

 

[6] ระดับม้าใน YY เคยอธิบายไปในบทที่ 6 ม้าม่วงคือ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของห้อง ดังนั้น “ม้าม่วง” จึงเป็นคำแทนหัวหน้านั่นเอง

 

หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 7

Chapter 7 – Sauteed Black Pepper “Little” Ribs (2)

บทที่ 7 ซี่โครงอ่อนผัดพริกไทยดำ 2

กู่เชิงปิดคอมก่อนกระโดดขึ้นเตียง กอดผ้าห่มไว้แล้วกลิ้งไปกลิ้งมา เธอรู้สึกเหมือนเส้นเลือดแตกกระจาย สมองเธอนั้นมีแต่รายชื่อที่แสนวิเศษ ที่เธอจินตนาการไว้นานแสนนานมาแล้ว

เธอตื่นเต้นสุดๆจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น

พอเธอรับ คนที่โทรมาคือคนที่เธอพึ่งบอกลาใน YY เกิงเสี่ยวซิน

“ยินดีด้วยนะ สหายกู่เชิง”

เธอหัวเราะ และถามว่าทำไมเธอโทรมาดึกจัง

“อันที่จริง…เอ่อ…ฉันอยากคุยแบบเปิดใจกับเธอน่ะ”

“เปิดใจ?” กู่เชิงงง “พวกเราก็เจอหน้ากันทุกวัน กิน นอน ไปเรียนด้วยกัน เธอไม่เคยอยากคุยเปิดใจมาก่อนเลย ตอนนี้เป็นวันหยุด พึ่งผ่านวันตรุษจีนมาได้กี่วัน เธอก็มีปัญหาหัวใจแล้ว?”

ปลายสายอีกข้าง อีกฝ่ายนั้นเริ่มลังเล

สัญชาติญาณมันบอกว่านี่ต้องเกี่ยวกับเรื่องรักๆใคร่ๆแน่ ปัญหาหัวใจเนี่ย และก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันเกี่ยวข้องกับ หัวหน้ากลุ่มหวานเม่ย ต้าเหริน  

ตามนิสัย เกิงเสี่ยวซินเริ่มพูดแล้วก็หยุด ทำแบบนี้ซ้ำๆจนเธอสารภาพว่า เธอเพิ่งคุย WeChat[1] กับ เจ๋อเม่ยชายี่ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เป็นการส่วนตัว และแบบเพื่อนเฉยๆด้วย เขาเล่าเรื่องผีให้เธอฟัง จนเธออดหวั่นๆจนนอนไม่หลับ

กู่เชิงแทบจะขำกลิ้งจนตายตอนฟัง เจ๋อเม่ยไม่ได้เล่าเรื่องผีธรรมดาๆแน่ๆ ต้องเป็นหนึ่งใน “เรื่องแปลกๆของเหล่าไจ่” เกี่ยวกับเรื่อง ผีที่ทาสีไว้ที่ผิว พยายามขโมยวิญญาณคนอื่น[2]. แน่ๆ

“สหายเกิ่งเสี่ยวซิน” กู่เชิงพูดเสียงต่ำ เพื่อแม่ของเธอที่กำลังดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นจะไม่ได้ยิน “เธอกลายเป็นคนรักเสียงเต็มตัวแล้วเหรอ”

“เอ๊ะ?”  เกิงเสี่ยวซินเงียบไปสองวินาที ก่อนลดเสียงลงเหมือนกัน “อะ เอ้อ อาจจะ คงใช่… ใช่”

“ถ้าผู้ชายคนหนึ่งหล่อสุดๆ แต่เสียงแย่มาก เธอจะชอบเขาไหม?”

“ฉันคิดว่า เหมือนจะ…. ไม่”

“ถ้าผู้ชายคนหนึ่งน่ารักสุดๆและยังเป็นคนเอาใจใส่ แต่เสียงแย่มาก เธอจะชอบเขาไหม”

“คงจะ… ไม่”

“ถ้าผู้ชายคนหนึ่งรวยสุดๆ แต่เสียงแย่มาก เธอจะชอบเขาไหม”

“มะ…ไม่ ไม่ชอบ”

“ยินดีด้วย เธอกลายเป็นคนรักเสียงเต็มตัวแล้ว”

กู่เชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ พูดด้วยเสียงเศร้าศร้อย “ถ้าผู้ชายคนหนึ่งเสียงแย่มาก และพูดจีนกลางไม่ค่อยถูก แต่เขาอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับเธอ… โอ้ มันคงน่าเจ็บปวดจริงๆ”

เกิงเสี่ยวซินเคยเยาะเย้ยเธอในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เธอมีพวกแล้ว

ไม่หล่องั้นเหรอ? ถ้าเขาสะอาดสะอ้านก็พอแล้ว ไม่น่ารักช่างเอาใจ? ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็สอนได้ ตอนนี้ถึงไม่มีเงิน คุณก็สามารถทำงานหนักเพื่อก้าวหน้าในอาชีพได้…….

แต่ว่า ถ้าเสียงเขาแย่สุดๆล่ะ…

คิดไม่ออกเลยจริงๆ!!!

คนรักเสียงสองคนเห็นพ้องต้องกันโดยลืมไปว่าตอนแรกนั้นเกิงเสี่ยวซินโทรมาเรื่องอะไรกันแน่

เธอไม่เคยคิดว่าโถวไผนั้นจะเป็นคนไฟแรง ไม่กี่วันหลังจากนั้น คนวางแผนเรื่องเพลงก็ประสานงานกับกู่เชิงว่าสะดวกซ้อมเพลง “เสียงกระบี่ท่ามกลางแผ่นดินและพื้นน้ำ” ครั้งแรกเมื่อไร

คำตอบของกู่เชิง แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็น เธอสะดวกตลอด

คนอื่นๆนั้นมีชื่อเสียงมากกว่า ดังนั้นเธอยินดีที่จะปรับตารางตามความสะดวกของพวกเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ

การซ้อมครั้งนี้เปิดให้ทุกคนรับฟัง เป็นการเอาใจแฟนคลับหวานเม่ย บุคคลเหล่านี้มีแฟนคลับมากมาย ระหว่างที่กู่เชิงล๊อคอินเข้าห้อง และรอให้เริ่มซ้อมนั้น จำนวนผู้ชมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากพันเป็นหมื่น เธอตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ หน้าจอด้านล่างเคลื่อนตัวลงเหมือนกับสายน้ำที่ไหลอย่างรวดเร็ว จนอ่านไม่ทันเลยที่เดียว

ขณะที่เธอรออยู่นั้นเอง หน้าต่างคุยส่วนตัวก็เด้งขึ้นมาหนึ่งประโยค เป็นโถวไผนั่นเอง

เชียงชิงจื่อ: เธอซ้อมมาก่อนหรือเปล่า?

กู่เชิง: อื้มมมมมมมม ต้าต้า ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ฉันซ้อมมาเยอะเลย

เธอกลัวจะทำให้โถวไผขายหน้าขนาดนี้ เธอจะกล้าไม่ซ้อมล่วงหน้ายังไงไหว

ถึงแม้เธอจะได้ร้องแค่ไม่กี่บรรทัด แต่คนอื่นๆนั้นล้วนมีเสียงทองคำกันทั้งนั้น…

มันกดดันจริงๆ รู้ไหม?

เชียงชิงจื่อไม่ตอบอะไร

และก็มีข้อความส่วนตัวมาจากเฟิงหย๋าซ่ง เจ๋อเม่ยชายี่ แม้กระทั่งโต้วโต้วโต้วปิง บอกว่าไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก โต้วโต้วโต้วปิงยังบอกเธออย่างเอาใจใส่ว่า ถึงแม้เธอจะร้องดีกว่าพวกเรา เธอก็ยังโดนวิจารณ์อยู่ดีนั่นแหละ เธอเป็นคนใหม่… ต้องอดทนไว้นะจ๊ะ สู้สู้!  

กู่เชิงรีบตอบ : ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ใจฉันแข็งแรงมากกกกกกก !

 

ประมาณสิบนาทีหลังจากนั้น พวกเขาเริ่มคุยเล่นกัน

ฟังที่พวกเขาคุยแล้วเหมือนเพื่อนเก่า ล้อเล่น แซวกันสนุกสนาน

เชียงชิงจื่อนั้นทำตัวตามปกติ เย็นชา ห่างเหิน และยังไม่คุยผ่านไมค์…กู่เชิงเองเป็นคนโนเนม และไม่รู้จะพูดอะไรกับ “รุ่นพี่”ที่น่าเคารพนับถือเหล่านี้ จึงปิดไมค์และฟังอย่างเดียว

ภายในห้องมีคนนับหมื่น พอๆกับคอนเสิร์ตในโลกภายนอกเลยทุกเดียว

แต่แฟนพันธ์แท้เหล่านี้ฟังเหล่าต้าเหรินที่หลายคนนั้นหายตัวไปนานคุยกันอย่างมีความสุข จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกล่ะ

ถึงแม้นี่จะเรียกว่าการซ้อมใหญ่ แต่เพราะปัญหาเรื่องอินเตอร์เนตใน YY ทำให้สัญญาณเสียงนั้นกระตุก จึงทำให้พวกเขาร้องเพลงด้วยกันจริงๆค่อนข้างยาก ดังนั้นผลก็คือ ใครอยากร้องก็ร้องออกมาคนละท่อนสองท่อน เท่านั้น

อันที่จริง พวกเขาเรียกว่าเป็นการซ้อมเพื่อจะเปิดโอกาสให้อุ่นเครื่องสำหรับงานครบรอบหวานเม่ยเท่านั้นแหละ

แน่นอนอยู่แล้ว หลังจากคนอื่นๆร้อง จนถึงตากู่เชิง แฟนคลับด้านล่างจึงไม่ค่อยกระตือรือร้นซักเท่าไร

มีเพียงคำประกาศรักต่อเหล่า “ต้าต้า” ของตนเอง ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทำเหมือนเธอนั้นเป็นเพียงแค่อากาศ

การร้องของเธอนั้นท็อปฟอร์ม หลังจากร้องเพลง เธอพบว่ามีคอมเมนท์เล็กน้อยว่าเธอควบคุมลมหายใจได้ไม่ดีพอนั้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกดีและสงบ ดีจริงๆที่เธอไม่ได้ทำให้โถวไผขายหน้า

“โถวไผต้าเหริน ผู้มากความสามารถและแสนสุภาพของเรา?” โต้วโต้วโต้วปิงหันปืนใหญ่ไปทางผู้เข้าชิงในคืนนี้ โถวไผ “โถวไผ โถวไผ? อยู่ไหนกัน? รีบมารับแขกสิจ๊ะ [3]~”

โต้วโต้วโต้วปิงนั้นเป็นเพื่อนเก่าจึงพูดล้อเล่นได้อย่างสนิทปาก

ห้องเงียบไปเสี้ยววินาที

“อืมม์ ผมอยู่นี่” เชียงชิงจื่อตอบ

เสียงเหมือนยิงทะลุหัวใจทันทีที่ได้ยิน เสียงของชายหนุ่มที่ฆ่าสาวๆตายได้ทันที…

“อยากให้ผมพูดบทสักท่อนสองท่อนหรือเปล่า?” เขาถามด้วยเสียงเอื่อยๆ

“พูดบทก็ดี… ไม่พูดบทก็ดีเหมือนกัน แค่พูดอะไรก็พอ หรือจะเสนออะไรพิเศษๆให้พวกเราสักอย่างสิ” โต้วโต้วโต้วปิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ โชคดีจริงๆที่ฉันรู้จักนายมานานหลายปีจนมีภูมิคุ้มกันนะ เชียงชิงจื่อต้าต้า นายสามารถจะลดเสียงอันน่าหลงไหลนั่นลงบ้างได้ไหมเนี่ย?”

เชียงชิงจื่ออดหัวเราะไม่ได้

กู่เชิงได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตัก เธอรู้สึกมึนเมา

แค่เสียงหัวเราะเดียว และเธอก็รู้สึกเมาไปเสียแล้ว

เธอฟังเสียงเขามาสองสามปีแล้ว ทำไมเธอถึงไม่มีภูมิอะไรแม้แต่นิดเดียวกันล่ะ สวรรค์…

เสียงหัวเราะทรงเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาตินั้น  — เธอต้องแอบอัดไว้ให้ได้สักวัน แล้วเอามาเป็นใช้ริงโทนหรืออะไรสักอย่างแน่ๆ

เขาคิดอยู่พักหนึ่ง “โปรแกรมอะไรพิเศษดีล่ะ?”

ความเห็นด้านล่างเลื่อนลงเหมือนคลื่นซัด

“เชียงชิงจื่อต้าต้า ฉันรักคุณ! รักคุณเท่าชีวิตเลยอ่ะ!!!”  “ต้าต้า ฉันเป็นแฟนพันธ์แท้คุณเลยน๊า!  แม้กระทั่งเสียงไอคุณยังฟังดูเพราะเลย เซ็กซี่จริงๆ คิดอย่างงั้นเปล่าพวกเรา?!!!!”  “ต้าเหริน, พูดบทอะไรก็ได้สักประโยคได้ไหม ขอร้องล่ะค่ะ ฉันจะอัดไว้ใช้เป็นริงโทน!”  “ต้าเหรินขา พูด ‘ยัยจิ้งจอกจอมยั่วยวน’สิคะ ฉันคุกเข่าขอร้องเลย”  “ฉันอยากได้แค่ประโยคเดียวก็พอ. ‘ฉันรักเธอ’ ฉันจะอัดมันแล้วอัดซ้ำๆไว้สักร้อยครั้งใช้เป็นริงโทน”……

คืนนี้มีแฟนคลับจำนวนมาก และคืนนี้แฟนคลับก็บ้าคลั่งสุดๆ แต่จำนวนแฟนคลับของศิลปินคนอื่นๆนั้นมีแค่หนึ่งในสิบของแฟนคลับโถวไผคนนี้

ท้ายที่สุด แม้แต่แขกพิเศษก็อดปล่อยก๊ากไม่ได้

เฟยเฉาแสร้งเอ่ยแบบอิจฉา “ไอ่หย๊า คืนนี้ผมต้องยอมโถวไผซะแล้ว…”

เขากำลังพูดแบบสองแง่สองง่าม โต้วโต้วโต้วปิงอดยิงกลับไม่ได้ “เชียงชิงจื่อไม่เคยจีบสาว และแน่นอนว่าไม่คิดจะจีบหนุ่มๆด้วย นี่คือมารยาทของที่นี่ อย่าใช้โถวไผของพวกเรามาจิ้นวายสิ [4].”
เฟยเฉาหัวเราะ “จิ้น ฉันต้องเล่นอะไรด้วยเหรอ ไม่ใช่ฉันกลายเป็น ‘เทพแห่งวาย’ ไปแล้วเหรอไง”

เขาเป็นนักร้อง ดังนั้น เสียงพูดของเขาจึงไม่มีเสน่ห์ ใส ชัดเจนเหมือนของเชียงชิงจื่อ

กู่เชิงคิดกับตัวเอง ไม่ว่าจะเสียงใคร พอเอามาเทียบกับโถวไผแล้วก็จืดสนิทไปหมดแหละ…

“ผม…” โถวไผทอดเสียงราวกับกำลังอธิบาย โทนเสียงท้ายคำนั้นแสนดึงดูดใจ “….จะร้องเพลง โอเคไหม”

ร้องเพลง…

ร้องเพลง?!

ร้องเพลง??!!

กู่เชิงช็อค แฟนคลับเองก็ช็อค แม้แต่แขกพิเศษและคนจากหวานเหม่ยเองก็ยังช็อค

ใครเคยได้ยินเชียงชิงจื่อร้องเพลงบ้าง? ไม่เคยเลยสักคนเดียว?!

นับตั้งแต่เวลาที่เชียงชิงจื่อนั้นโด่งดัง -ดังแบบบ้าคลั่ง- บนอินเตอร์เนตมานั้น ไม่ว่าแฟนคลับจะอ้อนวอนยังไง ไม่ว่าอีเวนท์นั้น หรือพิธีกรจะสำคัญขนาดไหน ก็ไม่เคยทำให้เขาเปิดปากร้องเพลงได้เลย…… และทุกคนปักใจเชื่อว่าโถวไผคือคนที่ร้องเพลงเพี้ยนสุดๆ

แต่ตอนนี้ คืนนี้ ต้าต้าจะร้องเพลง?

กู่เชิงรีบกดปุ่มอัดทันที เธอสาบานตรงนี้เลยก็ได้ว่าทุกคนในห้องก็กำลังทำเหมือนที่เธอทำ: อัดเสียง…

เฟยเฉาสำลัก ก่อนเอ่ยอย่างไม่เชื่อ “เชียงชิงจื่อ นายพยายามจะมาหาส่วนแบ่งจากโลกแห่งการร้องเพลงของพวกเราด้วยเหรอ”

โต้วโต้วโต้วปิงบ่นอย่างขุ่นๆ “เฮ้ การใช้เสียงของนักพากษ์กับนักร้องน่ะต่างกันเยอะนะ ถ้านายใช้เสียงแบบนักพากษ์มาร้องเพลง นายแน่ใจเหรอว่าจะไม่ร้องผิดคีย์น่ะ”

ในทางกลับกัน เจ๋อเม่ยชายี่ที่ดูอยู่ข้างๆกลับกระโดดเข้ามาร่วมอย่างตื่นเต้น ขัดขึ้น “พวกนายเสร็จแน่ แฟนคลับพวกนายจะเปลี่ยนใจแหงๆ… เหตุผลที่เขาไม่ร้องเพลงเพราะเขาร้องเพราะเกินไป ไม่รู้เหรอ”

เจ๋อเม่ยชายี่หัวเราะร่าเริงรอฟัง

หัวใจกู่เชิงเต้นรัว ไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

หลังจากที่ทุกคนบ่นและถากถางไปมาจนจบ เชียงชิงจื่อขอเรียบๆ “เชิงเชิง ผมขอกวนคุณให้เปิดเนื้อเพลงให้ได้ไหม”

“หือ?” เธอพูดโพล่ง วินาทีถัดมา เธอกระแอมก่อนตอบอย่างยอมแพ้

“เชียงชิงจื่อต้าต้า มือฉันไม่ได้ไวพอที่จะเปิดเนื้อเพลงอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ…”

ให้ฟังเขาร้องไปด้วย เปิดเนื้อเพลงไปด้วยเนี่ยนะ?

เธอว่า พอเขาร้องไปสิบบรรทัดแล้ว เธอยังเปิดเนื้อบรรทัดที่สี่อยู่เลย……

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย” เชียงชิงจื่อบอกด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่สนใจผู้เชี่ยวชาญการเปิดเนื้อเพลงที่เสนอตัวกันนับไม่ถ้วน

“ยังไงก็ได้ ขอให้เปิดเถอะ”

ยังไงก็ได้ ขอให้เปิดเถอะ…

นี่มันจะทำ “ยังไงก็ได้” ได้ไง?” มันจะ “ยังไงก็ได้” จริงๆน่ะเหรอ?

นี่เป็นครั้งแรกที่โถวไผจะร้องเพลง และเธอ คนเลื่อนเนื้อเพลงแสนห่วย จะโดนรุมอัดจนตายแหงแก๋

กู่เชิงไม่มีทางออก เธอไม่สามารถปฏิเสธเขาตรงๆได้ จึงหยุดพูดไปสามวินาที ก่อนทำตัวเข้มแข็ง “ต้าต้า คุณจะร้องเพลงอะไรคะ?”

เขาคิดอยู่แป็ปหนึ่ง ก่อนเอ่ยเรียบๆ “จุ่ยเมิ่งเซียนหลิน” [ฝันเมามายกลางสายฝนศักดิสิทธิ์]

ทันทีที่ชื่อเพลงถูกเอ่ย ทุกเสียงเงียบกริบ

เพลงของผู้หญิง และเป็นเพลงที่ใช้เสียงสูงมาก

คืนนี้ ความงามของโถวไผนั้นไม่มีความงดงามใดๆสามารถเทียบเคียงได้[5].

note-line-pink

[1] Orig. 微信 ‘Weixin.’ ความหมายตรงตัวคือข้อความน้อย โปรแกรมส่ง text และ ส่งข้อความเสียง นอกจากส่งข้อความธรรมดาแล้ว สามารถส่งข้อความเสียงแบบกดแล้วพูด คุยเป็นกลุ่ม ฯลฯ แอพนี้ดังในประเทศจีนมาก แต่เป็นที่รู้จักนอกประเทศในนาม WeChat www.wechat.com.

ถ้าใครยังนึกไม่ออก ถ้าเคยดูชานชาน (ขุนให้อ้วน แล้วชวนมารัก) ข้อความที่บอสเฟิงเถิงกับชานชานที่ส่งหากัน ไม่ใช่ SMS แต่เป็น WeChat

ใครยังนึกไม่ออกอีก ก็เป็นประมาณ LINE แต่เป็นของจีนน่ะค่ะ

[2] 聊斋 “Liaozhai.” Liaozhai Zhiyi เรื่องเล่าประหลาดของเหล่าจ๋าย คือการรวมเรื่องเหลือเชื่อหลายร้อยเรื่อง โดยหนึ่งในเรื่องที่โด่งดังที่สุดคือ “ผิวหนังทาสี” เป็นเรื่องของสุภาพบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง ที่รับสาวน้อยแสนสวยเข้าบ้าน สาวน้อยคนนี้ที่จริงเป็นผีชั่วร้ายน่าเกลียดที่ปลอมตัวมาโดยทาสีไว้ที่ผิวจนกลายเป็นสาวสวยเพื่อหลอกผู้ชาย กู่เชิงนั้นแอบหัวเราะที่เกิงเสี่ยวซินทำตัวเหมือนถูกขโมยวิญญาณไป เหมือนกับต้องมนต์ของเจ๋อเหมยนั่นเอง

[3] 接客 “jie ke.” ศัพท์นี้ใช้สำหรับเวลาโสเภณีเดินออกมาต้อนรับ “แขก” ซึ่งโต้วโต้วโต้วปิงนั้นกำลังล้อโถวไผเล่นอยู่นั่นเอง

 

[4] 卖腐 “mai fu.” ความหมายตรงตัวคือ การขายตัวนั้น’เลวร้าย’ และมักจะใช้กับคนที่มีส่วนร่วมในข่าวลือ boy-love หรือ yaoi หรือที่ไทยเรียกว่า จิ้นวาย ในประเทศจีน ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับ 耽美 “danmei” ตานเหม่ย หรือ ช-ช  (BL) นั้นมักจะถูกเรียกว่า  腐 “rotten เลวร้าย” แต่ไม่ใช่ในทางดูถูก อันที่จริงส่วนใหญ่คนที่ใช้มักจะใช้ในแนวล้อเลียนตัวเองว่าพวกเขารู้ว่าคนนอกอาจจะมาวิจารณ์ความชอบของเขาก็ได้  

 

[5] 艳压群芳 “yan ya qun fang.” เหยียนหยากวนฟาง ภายในทุ่งดอกไม้นั้น มีดอกเดียวที่โดดเด็ดเกินดอกไหนๆ ในที่นี้ ความสามารถของโถวไผนั้นจะกลบ CV และนักร้องคนอื่นๆที่อยู่ตรงนั้นจนหมดนั่นเอง

 

หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 6

Chapter 6 – Sauteed Black Pepper “Little” Ribs (1)

บทที่ 6 ซี่โครงอ่อนผัดพริกไทยดำ

 

กู่เชิงดึงหูฟังลงอย่างสิ้นหวัง ก็หันไปเลือกเพลงอย่างปราณีตด้วยมือสั่นๆอย่างตื่นเต้น เผื่อโอกาสหน้า เธอเลือกเพลงดูไม่ไร้สาระและน่าขายหน้า จนไปถึงเพลงที่มีทำนองและเนื้อร้องที่ไพเราะเพื่อกอบกู้หน้าตาของตนเอง

ครั้งหน้าเธอต้องมั่นใจมากกว่านี้ มั่นใจพอที่จะพูดเสียงนิ่งๆกับโถวไผว่า “ต้าเหรินคะ ต้าเหริน ฉันจะร้องเพลงนี้ให้คุณ…”

หลังจากเธอเตรียมเพลงได้เจ็ดแปดเพลงก็รู้สึกสงบลงบ้าง

“กู่เชิง เธอกับโถวไผไปถึงขั้นไหนกันแล้ว” เกิงเสี่ยวชิงถามเสียงเรียบๆ

“หือ?” กู่เชิงมองเธอราวกับเห็นผี

“ก็พวกเธอขังตัวเองอยู่กันสองคนในห้องเล็กๆส่วนตัวกันสองต่อสองนิน่า เธอไม่กลัวโดนแฟนๆเขาฆ่าทิ้งเหรอไง” เกิงเสี่ยวซินส่ายหัวก่อนถอนหายใจเล็กๆ “ต้นไม้สูงย่อมดึงดูดสายลม [1] [คำวิจารณ์ย่อมตามคนดัง]. นี่ๆ พวกเธอ ต้องทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจแล้วนะ

เธอสงสัยว่าเกิงเสี่ยวซินนั้นเก็บความเห็นไว้ในใจมานานแล้ว หลังจากมีโอกาสพูดสิ่งที่อยากพูด ด้วยน้ำเสียง “ยินดีกับเรื่องร้ายของคนอื่น” เธอเตะถังขยะคืนที่ หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาก่อนออกไปทานข้าว

กู่เชิงคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนเหลือบมองหน้าเว่ยป๋ออีกครั้ง

ก่อนกดลบ status “รับรีเควสเพลง” ด้วยความเจ็บปวดลึกๆ …… ในเมื่อโถวไผต้าเหรินอุตส่าห์มาติดตามเธอ เธอต้องไว้หน้าเขาบ้าง อืมม์หืมม์ แต่เธอก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่ชอบร้องเพลงคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่มีคนขอเพลงเธอสักคน เธอเลยอยาก “รับรีเควสเพลง” ก็เท่านั้น

เธอปิดเวปเพจแบบเงียบๆ เพราะว่าเธอ “กำลังเกาะเขาดัง” เลยลังเลว่าเธอควรระวังการขอความร่วมมือเป็นพิเศษหรือเปล่า อืมม์ เชิงเชิงม่าน เพื่อรักษาชื่อเสียงในโถวไผ เธอต้องหักห้ามใจไว้บ้าง

แต่ว่า หลังจากเรื่องนี้แล้ว เธอกับเชียงชิงจื่อก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเท่าไร

ทุกปี วันหยุดฤดูหนาวจบลงแล้วก็ตามด้วย วันหยุดเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ [2]

หลายคนที่มีบทในงานฉลองครบรอบนั้นไม่ค่อยมีเวลาออนไลน์เท่าไรนัก เนื่องจากกลับบ้าน หรือไม่ก็เพราะเนตช้า ดังนั้นจึงนัดประชุมภายในครั้งสุดท้ายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดสุดท้ายในโปรแกรมสำหรับงานฉลองครบรอบ

ก่อนที่จะแบ่งงานกันและเริ่มเตรียมงาน เพราะว่าใกล้เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ร้านขายของชำของครอบครัวกู่เชิงเลยปิดเร็ว พอฟ้าเริ่มมืด พวกเขาก็ปิดร้านแล้ว

วันตรุษจีนน้อย[3], เธอตั้งใจจะไปช่วยปิดร้าน ก่อนที่บังเอิญเห็นคนทะเลาะกันอยู่อีกฝั่งถนน  เธอยืนอยู่ด้านหลังประตูกระจกแอบมองไปทางนั้นบ่อยๆ เพราะว่าร้านนั้นใกล้โรงพยาบาลมาก จึงเห็นเรื่องทะเลาะกันระหว่างหมอกับคนไข้อยู่บ่อยๆจนชินแล้ว แต่ครั้งนี้ เธอเห็นใบหน้าคุ้นเคยของชายหนุ่มที่ซื้อโยเกิร์ตผสมชิ้นผลไม้นั่นเอง  

เหตุผลที่เธอสังเกตุเห็นเขาเพราะว่า เขากับเพื่อนอีกสามคนกำลังกลายเป็นเป้าหมายน่ะสิ ทันทีกู่เชิงจำเขาได้ ก็มีใครคว้าเสื้อของหญิงสาวด้านขวาเขาแล้ว เขาเอื้อมมือมากัน…ขณะที่บังนั้นเอง หมัดก็ลอยมาที่ใบหน้าเขา

“อ๊า!” เสียงร้องหลุดจากริมฝีปากกู่เชิง

เสียงอึกทึกครึกโครมดังตามมา เธอหันกลับมา ก่อนเห็นเครื่องดื่มหล่นลงมานอกตู้แช่

“พระเจ้า!… เธอทำฉันกลัวรู้ไหม” ลูกพี่ลูกน้องก้มตัวเก็บของ ขณะที่บ่นไปด้วย “ฉันเกลียดตอนที่ผู้หญิงกรี๊ดแบบไม่มีเหตุผลที่สุด มันปวดหูรู้ไหม เธอคิดว่าเธอเป็นวิญญาณหลอนเหรอไง”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ…” กู่เชิงเดินไปช่วยเขาเก็บ ยัดทุกอย่างคืนตู้แช่ พอเธอมองอีกครั้งเพื่อดูสถานการณ์ข้างหน้าโรงพยาบาล การต่อสู้ก็จบลงแล้ว คนที่มาก่อกวนนั้นยังอยู่ แต่ชายหนุ่มกับเพื่อนๆจากไปแล้ว

กู่เชิงคิด ผู้ชายคนนั้นคงจะเป็นนักศึกษาฝึกงานที่โรงพยาบาลละมั้ง หรือจะไม่ใช่

เขาเด็กขนาดนั้น ไม่น่าจะเป็นหมอหรอก

แต่เขากล้าหาญและเท่มากจริงๆ การที่เขาปกป้องผู้หญิงแบบนั้น หลังจากแอบชื่นชมเงียบๆ เธอตัดสินใจว่า ครั้งหน้าที่ชายหนุ่มแวะมา เธอจะลดราคาให้เขา….12% อืมมม์

วันที่1 กุมภาพันธ์นั้นเป็นวันที่สามของวันปีใหม่

พอได้เวลานัดตอนสามทุ่ม เธอก็เตรียมเสบียงมาพร้อมในห้องนั่งเล่นแล้ว ลิ้นเป็ดและเครื่องใน แล้วยังมีถั่วเผ็ดกับชาดำเย็นข้างๆ พร้อมแล้วก็ออนไลน์เข้าห้องหวานเม่ย

เธอเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องนั่งเล่นตอนนี้แม่เธอเข้ามาถามเรื่องไปเยี่ยมญาติพรุ่งนี้ จึงติดพันอยู่ชั่วครู่ หลังจากเธอคุยจบหันกลับไปมองหน้าจอ เธอก็แปลกใจที่เห็นคอมเมนท์เกี่ยวกับเธอจำนวนมาก

ชัดๆก็คือ ทุกคนกำลังซุบซิบนินทากันอย่างเมามันส์

“นั่นมัน เชิงเชิงม่าน @@ ~ถ้ามีเชิงเชิงม่านงั้น ก็ต้องมีโถวไผต้าต้า!!” “อะไรนะ?!!!!”ไหน?เธออยู่ไหน?” “คนนั้น คนนั้นไง!……….ทำไมเชิงเชิงม่านถึงเป็นม้าส้ม[4]ไปได้?!!!! อ๊ายยยยยย! ใครก็ได้มาแทงตาฉันให้บอดที! รีบมาแทงตาฉันให้บอดที!” “ใจเย็น… โถวไผกับเธอน่ะ… อืม พวกเธอเข้าใจสินะ?…” “*ล้มโต๊ะ* เชิงเชิงม่าน ฉันไม่ยอมแน่!” ……

……

……

……

……

กู่เชิงเหวอสนิท

เธออยากบอกว่า…โถวไผมาแน่ แต่เขามาทำงานไม่เกี่ยวกับเธอสักนิด ง่ะง่ะง่ะง่าาา….

เธอลังเลอยู่สามวินาที ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ห้องติดรหัสผ่าน

คนในห้องไม่รู้สักนิดว่าข้างนอกวุ่นวายแค่ไหน แทบจะพลิกฟ้าคว่ำปฐพีได้เลย พวกเขาแค่คุยกันเรื่อยเปื่อย ผู้นำกลุ่มอย่าง เจ่อเม่ยและเฟิงหย๋าซ่งหยอกล้อคนโน้นคนนี้และคนอื่นๆก็เสริมตรงนั้นตรงนี้

เชียงชิงจื่อไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็อยู่ในห้อง

ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ คอมพิวเตอร์เขาซ่อมเสร็จแล้วเหรอ

แต่เธอฉุกคิดมาได้ว่าจะสนใจเขามากเกินไปแล้ว และเธอต้องเบนความสนใจไปทางอื่น

“ทำอะไรกันสักอย่างสิ วอร์มอัพก่อนงานไง” เฟิงหย๋าซ่งเสนอด้วยน้ำเสียงขี้เกียจ

“แค่ปล่อยมายั่วน้ำลายแฟนๆก่อนเป็นไง พอวันงานพวกเราค่อยปล่อยเพลงเนื้อเรื่องเต็มๆ”

“ไอเดียดีนิ” เจ๋อเม่ยชายี่เห็นด้วย

ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่ม โต้วโต้วโต้วปิงหัวเราะ “ผู้นำกลุ่มคือคุณ ส่วนฉันก็เป็นผู้ช่วย แต่พวกเราจะพูดอะไรก็ไม่สำคัญหรอก สามปีผ่านไปแล้ว จุดเด่นของงานก็ยังเป็น เชียงชิงจือต้าต้า ของพวกเรา”

เสียงหัวเราะคิกคักของเกิงเสี่ยวซินดังขึ้นอย่างชัดเจนในหูฟัง

เบาๆและหวานล้ำ….เบาๆและหวานล้ำ…

 

กู่เชิงรู้สึก อื้อหื้อ ต้องเป็นเพราะเจ๋อเม่ยชายี่แน่ๆ …….ถึงแม้เธอไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ถ้าทอมบอยคนหนึ่งเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ต้องมีอะไรน่าสงสัยแน่ๆ…

ขณะที่เธอครุ่นคิดนั้นเอง เชียงชิงจื่อก็พูดขึ้นมา และเอ่ยชื่อเธอ “เชิงเชิง?”

ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง เขาเว้น “ม่าน”ท้ายชื่อเธอไว้…แต่การเรียกแบบนั้น…อืม..เหมือนกับเขาสนิทกับเธอมากงั้นแหละ ซึ่งก็นะ…ไม่ใช่เลย

“ต้าต้า ฉันอยู่นี่ค่ะ” เธอตอบทันที

“เธอชอบเพลงโบราณนี่น่า ฉันจำได้”

“อื้ออออ”

เขาคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนถาม “เพลงโปรดเธอคือเพลงอะไร”

“แขวนคอตายบนกิ่งไม้ด้านตะวันออกเฉียงใต้” โผล่มาในสมอง… ไม่นะ? ต้าต้า? คุณจะไม่ทำกับฉันแบบนั้นใช่ไหม? จะร้องเพลงนั้นเป็นการโปรโมตงานเหรอ? เธอคร่ำครวญในใจ ความคิดสับสนวุ่นวาย เธอคิดอย่างละเอียดก่อนตอบ “ฉันชอบ ‘เจี้ยนเซียวเจียงหู” [เสียงกระบี่ท่ามกลางแผ่นดินและผืนน้ำ] (การต่อสู้ในยุทธภพ)

“เสียงกระบี่เหรอ”

เสียงเขาเหมือนไม่ค่อยดีนัก

แต่ด้วยเสียงแหบน้อยๆนั้นมันเซ็กซี่มาก…

“อย่าบอกว่านายไม่รู้จักน่ะ หึ” เฟิงหย๋าซ่งแหย่ด้วยเสียงหัวเราะแบบขี้เกียจ

เชียงชิงจื่อ “อืม” เอ่ย “ฉันรู้จัก” .

“แต่เพลงนี้มีคน คัพเวอร์ เยอะแล้ว แล้วต้องหาคนตั้งหลายคนด้วย ฉันว่าต้องมีคนร้องหกคน แล้วก็มีคนหนึ่งบรรยายด้วยนะ ค่ายหวานเม่ยจะผลิตอะไรสักอย่าง ถ้าไม่ใช่คนเก่งๆพวกเราคงขายหน้าแย่”

“นั่นสิ จู่ๆต้องหาคนตั้งหลายคน…” เจ๋อเม่ยชายี่ลังเล

เชียงชิงจื่อเหมือนจะไม่สนใจความเห็นคนอื่น

แต่กลับถามเธอ “เชิงเชิง เธอคิดว่าใครเหมาะบ้าง”

“ฉันเหรอ?” กู่เชิงพิจารณา ก่อนร่ายรายชื่อคนที่เธอชอบสุดๆ

“เฟยเฉา[นายน้อยเฟย], หลิงหลงตี้โถว [ฉลาดหลักแหลม], โม่โม่เอ๋อร์ [หมึกด๊ำดำ],…” เธอร่ายรายชื่อของนักร้องสุดโปรดหดคนที่คิดว่าเหมาะกับเพลงนี้ ก่อนตบท้ายอย่างมั่นใจ “ส่วนบทพูดต้องเป็น เชียงชิงจื่อต้าต้าเท่านั้น”

“ฉันเหรอ?” เชียงชิงจื่อหัวเราะน้อยๆ. “ไม่น่าจะยาก…”

“ช่าย นายเป็นคนเดียวที่ไม่ยาก…” กู่เชิงถอนหายใจเศร้าๆ  จู่ๆเธอรู้สึกเหมือนว่าเธอทำผิดอะไร

“เฮ้ การให้เชียงชิงจื่อมาพูดบทนี่ไม่ยากสักนิด??!!”

โชคดีจริงๆที่พวกเขาอยู่ในห้องส่วนตัว ถ้าเธออยู่ข้างนอกแล้วพูดแบบนี้ เธอคงโดนรุมตีตายไปแล้ว

“คนที่เธอพูดมา…” เชียงชิงจื่อคิด

คนพวกนี้เข้าวงการบันเทิงออนไลน์มานานแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีแต่จัดคอนเสิร์ตและไม่รับรีเควสใหม่ๆ…บางคนก็ไม่จัดคอนเสิร์ตและหายตัวไปจากโลกบันเทิงแล้วด้วย

เขาถามทันที “โต้วโต้วโต้วปิง เธอคิดว่าไง”

โต้วโต้วโต้วปิงเงียบไปอย่างน่าแปลกใจสามวินาทีก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เธอพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “โถวไผ ฉันเกลียดคุณ……….อ๊ากกกกกก ก็ได้ สหายเชิงเชิง ขอบคุณสำหรับความรักและชื่นชม ฉันคือ โม่โม่เอ๋อร์”

กู่เชิงอึ้ง

เธอไม่เคยคิด ไม่เคยคิดจริงๆ…

ไม่เคยคิดจริงๆว่า… รุ่นพี่ที่น่านับถือจะซ่อนอยู่ในหว่านเม่ย…

โต้วโต้วโต้วปิงเอ่ยซ้ำ “เชียงชิงจื่อ ฉันเกลียดคุณ” กัดฟันพูดต่อ “คนที่เธอเอ่ย ฉันสามารถขอร้องได้สองคน ส่วนอีกสามคนนั้นต้องรอดูว่าพวกเขาจะไว้หน้าเชียงชิงจื่อบ้างไหม แต่ว่า…” เธอกระแอมหลายที

เฟิงหย๋าซ่งกระโดดเข้ามาร่วมวงพูดต่อ “แต่ว่าคนหนึ่งในนั้น หลิงหลงตี้โถว เป็นแฟนพันธุ์แท้ของเชียงชิงจื่อ แฟนพันธุ์แท้ เข้าใจใช่ไหม เอ่อ เชิงเชิง เธอคิดให้ดีๆนะ เธอจะยกเชียงชิงจื่อให้คนอื่นไปเหรอไง”

“เอ่อ…”

การหยอกล้อแบบนี้ในห้อง YY นั้นเป็นเรื่องธรรมดา …

แต่การโดนล้อกับเชียงชิงจื่อ…เธอ…

เธอไม่รู้จะตอบการเย้าแหย่แบบนี้ของพวกเขาอย่างไงเลย…

“ไม่ต้องใช้สามคนนี่.” เชียงชิงจื่อค้านเสียงเรียบ “ให้เชิงเชิงร้องสักท่อนสิ”

ไม่รอกู่เชิงตอบ โต้วโต้วโต้วปิงกับเฟิงหย๋าซ่งก็ร้องออกมาอย่างแปลกใจ

เฟิงหย๋าซ่งร่าเริงสุดๆ “เชิงเชิง เธอจะดังเป็นพลุแตกแน่~”

ดังเป็นพลุแตก…?

กู่เชิงไม่สนใจว่าจะดังหรือไม่ เธอสนใจแต่ แต่ แต่ แต่ แต่รายชื่อนักร้องที่เธอปลื้มสุดๆ เสียงที่งดงามที่สุด คนที่ดีที่สุดที่จะบรรยาย

และก็มีอีกคน… คนคนนั้นคือเธอ

เธอรู้สึกยังไงน่ะเหรอ?

เหมือนกับนักร้องที่พึ่งผ่านรอบคัดเลือกการประกวด และจู่ๆก็มีคนมาบอกเธอว่า เธอจะได้ร่วมร้องเพลงกับ แจ็คกี้ ชุง หรือ เจย์ โชว์ หรือ เทอรี่ หลิน อะไรพรรคนั้นแหละ และนอกจากนี้ แดเนียล อู๋ จะมาบรรยายด้วย เข้าใจนะ??!!

กู่เชิงเอาแก้วเย็นจัดมาแนบหน้า

อ๊ายยยยย อ๊ายยยยย กรี๊ดดด บ้า กำลังจะบ้า ฉันต้องบ้าไปแล้ว…

note-line-green

[1] 树大招风 “shu da zhao feng.” สุภาษิตที่ว่า ต้นไม้ที่สูงนั้นย่อมต้องลม เหมือนคนดังหรือโชคที่มักจะดึงดูดคำวิจารณ์และโดนโจมตี.

[2] 春节 “Chun Jie.” เทศกาลฤดูใบไม้ผลิเป็นชื่อใหม่ของเทศกาลตรุษจีน

[3] 小年夜 “xiao nian ye.’” มีความหมายหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศจีน อาจจะเป็นวันที่ 23 / 24 ของเดือนสิบสอง หรือ อาจจะเป็นวันก่อน วันตรุษจีนหนึ่งวัน

[4] ศัพท์ YYในประเทศจีน. YY นั้นมีการจัดลำดับผู้ใช้งานหลายลำดับภายในห้องๆหนึ่ง โดยที่แต่ละลำดับนั้นมีสีแตกต่างกัน คำแสลงออนไลน์ของ “ID” คือ 马甲, ซึ่ง 马 เป็นตัวอักษรที่แปลว่า “ม้า” ดังนั้น ขั้นแต่ละขั้นใน YY มักจะเรียกกันว่า “ม้า YY” ตัวอย่างที่มีในเรื่องคือ

  • ม้าดำ: พนักงาน YY.
  • ม้าม่วง: เจ้าของและคนตั้งห้อง เขาจะมีอำนาจมากที่สุด และสามารถแบ่งอำนาจให้แต่ละคนได้
  • ม้าส้ม: หัวหน้าห้อง เป็นรองแค่ม้าม่วง และมีสิทธิ์จัดการห้องพอๆกับม้าม่วง
  • ม้าเหลือง: คนดูแลห้อง.
  • เป็นต้น.

ระดับ “ม้า” คือระดับความสำคัญของบุคคลๆนั้นๆ อย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้นในบริบทนี้ กู่เชิงที่ถูกบอกว่าเป็น “ม้าส้ม” คือเป็นการบอกเป็นนัยๆว่า คนคิดว่า เธอ “มีสิทธิ์” ในตัว เชียงชิงจื่อ นั่นเอง

 

หลงเสียงคุณเข้าเต็มเปา 5

Chapter 5 – Spicy Black Bean Clams

บทที่ 5 – หอยลายเผ็ดซอสถั่วดำ

กู่เชิง: …… ตอนนี้เลยเหรอคะ?

เชียงชิงจื่อ: ตอนนี้เหรอ? รอเดี๋ยวนะ.

……

กู่เชิงรู้สึกว่าโถวไผต้าเหรินต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เธอแค่อยากถามเขาว่าเขาจะฟังตอนนี้เลยไหม แต่ทำไมถึงกลายเป็นเธอขอร้องเพลงให้เขาฟังตอนนี้เลยแทนไปได้……. สองอย่างนี้มันคนละเรื่องกันเลยนะ โอเค๊?!

ตอนนี้หอเธอมีคนอยู่ และคนคนนั้นคือจอมสอดรู้สอดเห็น เกิงเสี่ยวซิง

โถวไผ อย่าทำแบบนี้สิ…

เชียงชิงจื่อส่งเบอร์ห้องแชทมาอย่างรวดเร็ว

แน่นอน เธอจำได้ว่า เบอร์ห้องแชทนี้เป็นเบอร์ห้องแชททางการของเขา ทุกวันมักจะมีคนออนไลน์หลายร้อยคน ถึงแม้ต้องรอเป็นเดือนๆกว่าเขาจะโผล่เข้ามาสักหน คนดูแลห้องมักจะเล่นบทที่เขาอัดทุกวันและจัดกิจกรรมเล็กๆน้อย จึงเป็นสถานที่ชุมนุมสำหรับแฟนคลับตัวจริงเลยที่เดียว

กู่เชิงแน่ใจว่าการปรากฏตัวของเธอ เพื่อจะร้องเพลงให้เชียงชิงจื่อฟังในห้องนั้น คงโดนรุมสับยำเละ จากคำนินทาและข่าวลือมากมายแหงแก๋…

เธอส่งคำค้านไป: ต้าเหริน ไปห้องฉันดีกว่า (*>﹏<*)′~

เชียงชิงจื่อไม่ตอบ

……

อย่าบอกนะว่าเขาไม่อยู่แล้วน่ะ????

กู่เชิงอยากร้องไห้ เธอหันไปมองเกิงเสี่ยวซิงที่กำลังแทะเมล็ดแตงโมอย่างเพลิดเพลิน…. เธอหันกลับไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนล๊อคอินเข้าไปใน YY ด้วยปนิธานของนักรบที่พร้อมพลีชีพ เธอพิมพ์เบอร์ห้องของเชียงชิงจื่อ เธอเพิ่งเข้าห้องไปตอนที่เห็นข้อความจำนวนมากท่วมท้นหน้าจอ  “ต้าต้าจู่ๆก็โผล่มาแหละ อ่ะ!!!!”  “อะไรนะ เธอบอกว่าอะไร?”  “ต้าต้าอยู่ในห้องที่ต้องใช้พาสเวิร์ดอ่ะ เข้าไปไม่ได้ พาสอะไร พาสอะไรนะ ต้าต้าต้องรอใครอยู่แน่ๆเลย…”  “*ล้มโต๊ะ*  ใครกันที่ต้าเหรินรอน่ะ?!…”

เธอกำลังจะหนีออกจากห้อง ก่อนจะถูก”อุ้ม”เข้าห้องเล็กๆ

ภายในห้องที่ติดพาสเวิร์ด มีแค่เธอกับเชียงชิงจื่อเท่านั้น

เธอพิมพ์หน้ายิ้ม: เชียงชิงจื่อต้าต้า.

ถึงแม้จะมีหน้ายิ้มก็เถอะ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะโดนฆ่า คนนอกเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้ แต่เขาสามารถเห็นได้ว่าใครอยู่ในห้องบ้าง… เธอบังคับตัวเองไม่ให้นึกถึงผลที่จะตามมาก่อนมุ่งความสนใจไปที่การตอบแทนเขา

“เธอพูดได้แล้วล่ะ”

น้ำเสียงเชียงชิงจื่อเป็นกันเองมาก “ที่นี่มีแต่เธอกับฉัน”

กู่เชิงเหงื่อตก[1].“  ถ้าเธอขึ้นไมค์ตอนนี้ เกิงเสี่ยวซิงต้องตกใจแน่

แต่เธอมาร้องเพลงตอบแทนเขา ถ้าจะพิมพ์เนื้อเพลงอย่างเดียวและไม่ใช้เสียงจะเรียกว่าร้องเพลงได้ยังไงกัน

กู่เชิงหันไป  “เฮ้ เอ่อ…”

“มีอะไร?” เกิงเสี่ยวซิงตอบแบบไม่ต้องคิด.

“คือฉันต้องร้องเพลงน่ะ.”

“ก็ร้องสิ.” เกิงเสี่ยวซิงไม่สนใจ “ฉันชินแล้ว เธอเป็นนักร้อง cover ไม่ใช่เหรอ เธอใช้เวลาที่ไม่มีใครในหอนอกจากเราเพื่อทรมานฉันตลอดอยู่แล้วนี่.”

กู่เชิงสวมหูฟังเงียบๆ ก่อนกระแอม.  “ต้าต้าอยากฟังเพลงอะไรคะ?”

“เธอถนัดแนวไหนล่ะ? เพลงโบราณเหรอ?”

“อื้ออืมม แนวโบราณค่ะ.”

“ งั้น ‘ซือกัวตงหน่านซื่อ Zi Gua Dong Nan Zhi’ [แขวนคอตายบนต้นไม้ด้านตะวันออกเฉียงใต้].”

“แขวนคอตายบนต้นไม้ด้านตะวันออกเฉียงใต้?……” กู่เชิงรู้สึกหมดหวัง ก่อนแอบมองเกิงเสี่ยวซิง.

“อ่ะห่ะ. เพลงนี้สนุกดีออก.”

“ก็ได้ค่ะ… ขอเวลาฉันหาเพลงประกอบนิด.”

กู่เชิงรีบปิดไมค์ หันกลับมามองเกิงเสี่ยวซินอีกครั้ง “เฮ้ เอ่อ…”

“มีอะไร?”  เกิงเสี่ยวซินมองเธอแปลกๆ.

“ฉันจะร้องเพลงแปลกๆ อย่าถือสาฉันนะ”

“เพลงอะไรน่ะ?” เกิงเสี่ยวซิงถามอย่างสนใจ.

“แขวนคอบนต้นไม้ด้านตะวันออกเฉียงใต้.”

“พรืด… เธอร้องเพลงนั้นให้แฟนคลับเหรอ?”

“ไม่ใช่… ร้องให้เชียงชิงจื่อ ต้าต้า.”

“อ๊ายยย… เธอกับโถวไผสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร?……” ความคิดของเกิงเสี่ยวซิงเริ่มลอยล่อง ก่อนเริ่มจินตนาการรายละเอียดเอาเอง

 

กู่เชิงกลัวเชียงชิงจื่อรอนานเกินไป จึงรีบโหลดเพลงกับเนื้อร้องจาก 5sing.

เพลงประหลาดๆเพลงนี้ รวบรวมเอาส่วนต่างๆของบทกวีและเพลงต่างๆมาจากทุกสารทิศ เป็นเพลงที่ทำลายภาพพจน์ของคนได้ไม่มีเหลือ เธอรู้สึกว่าหัวใจกำลังหลั่งเลือด และรู้สึกกลัวว่าพอโถวไผฟังเธอร้องเพลงจบ เขาจะหมดอารมณ์โดยสิ้นเชิง โถวไผคือเสียงโปรดของเธอ เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน?

เธอต้องเตรียมตัว… “แขวนคอตายบนกิ่งไม้ด้านตะวันออกเฉียงใต้” จริงๆเหรอเนี่ย?

ต้าต้า, ฉันจะเริ่มแล้วนะคะ.”  กู่เชิงรู้สึกหดหู่เล็กๆ ตอนเธอเริ่มเปิดเพลง.

เกิงเสี่ยวซิงที่ราวกับยัยแก่จอมสอดรู้สอดเห็น เดินมาข้างหลัง ฟังอย่างตั้งใจ เธอไม่ค่อยเข้าใจ YY หรอก แต่เธอก็รู้ว่า การที่คนสองคนอยู่ในห้องส่วนตัวด้วยกัน ก็เทียบเท่ากับการเดทสองต่อสองนั่นแหละ

พอเธอเริ่มร้อง “แขวนคอตายบนกิ่งไม้ด้านตะวันออกเฉียงใต้” เธอได้ยินเชียงชิงจื่อหัวเราะเสียงดังอย่างชัดเจน… เขาหัวเราะเสียงดังจริงๆ… เธออยากปล่อยโฮ แต่เธอร้องต่อไปอย่างเป็นมืออาชีพ

พอเธอร้องจบ ก็รีบปิดเพลงทันที

“ไม่แย่นัก” เชียงชิงจื่อสรุปสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงขี้เกียจหน่อยๆ

นี่คือ…น้ำเสียงหากินของเขาที่สะกดแฟนคลับไว้จนอยู๋หมัด

กู่เชิงถอนหายใจแผ่วๆ อ๊ายยยย อ๊ายยยยย ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ วันนี้เธอมาตอบแทนเขา เธอต้องนิ่งๆสงบๆ นิ่งสงบ เธอจะปล่อยตัวเองตาวิ๊งๆเป็นประกายไม่ได้…

“เธอชอบกินหอยลายไหม?” เชียงชิงจื่อจู่ๆก็เปลี่ยนเรื่อง.

“ชอบค่ะ.  เชียงชิงจื่อ ต้าต้า คุณชอบไหมคะ?” กู่เชิงพยายามรักษาภาพพจน์ด้วยการพยายามพูดเสียงนิ่งๆ.

“เฉยๆน่ะ”

เขาหัวเราะ.

กรี๊ดดดด… กู่เชิงเอามือทาบอก.

เสียงทรงเสน่ห์ผนวกกับเสียงหัวเราะเล็กๆ ให้ตายเถอะ เธอจะสลบตรงนี้แล้ว… อ๊ายย.

ใครจะมาช่วยคนรักเสียงคนนี้ได้ล่ะเนี่ย

เธอรู้สึกราวกับมีกรงเล็บเป็นร้อยกำลังข่วนหัวใจอยู่ เธอดูถูกตัวเองเงียบๆในใจ เกิงเสี่ยวซิงไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร แต่เห็นเพียงสีหน้าเจ็บปวด ด้วยความเป็นห่วง เธอตบบ่ากู่เชิงเบาๆก่อนถาม “สาวน้อย เธอกินยาผิดเหรอไง”

กู่เชิงโบกมือไล่.

ไม่ได้กินยาผิดอะไรทั้งนั้น แต่เธอถูกสะกดต่างหาก[2].

โชคดีจริงๆที่ห้องนี้ไม่ได้ปรับให้พูดได้ตามสบายโดยไม่ต้องกดปุ่ม ดังนั้นเชียงชิงจื่อจึงไม่ได้ยินที่เกิงเสี่ยวซิงพูด

เกิงเสี่ยวซิงห่อปาก การไม่ได้ยินการสนทนาทั้งหมดนี่มันไม่สนุกเลย ดังนั้นเธอจึงเดินไปเดินมาและแทะเมล็ดแตงโมไปด้วย

ภายในหูฟังนั้น เชียงชิงจื่อพูดอย่างสบายๆ “แต่มีวิธีทำแบบหนึ่งที่ฉันชอบมากๆเลยล่ะ”

“หอยลายน่ะเหรอคะ”  กู่เชิงถามแบบไม่คิด

หลังจากหลุดปากไป เธอหลุดออกจากภวังค์ทันที อ๊ะ แน่นอนอยู่แล้วว่าหอยลาย พวกเขาไม่ได้คุยเรื่องหอยลายเหรอไง

“อืม.”

“หอยลายเผ็ดซอสถั่วดำ เธอเคยกินไหม?”

“เคยค่ะ…”  กู่เชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ  “แต่ฉันไม่ค่อยกินอะไรเผ็ดๆหรอกค่ะ นักร้องเพลงcover ก็เงี้ยแหละค่ะ ต้องรักษาเสียงไว้.”

เชียงชิงจื่อหัวเราะเบาๆ

กู่เชิงหลับตาลงเงียบๆ แกล้งทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงหัวเราะที่น่าหลงไหลจับใจนั้น

“ฉันกินของเผ็ดๆบ่อยนะ” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“ตะ…… ต้าต้า คุณเก่งนิน่า…. อ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องพูดว่า คุณเกิดมาพร้อมเสียงที่ไพเราะมาก ถึงแม้คุณจะไม่รักษามัน มันก็จะเป็นเหมือนเดิม”

มันชัดเจนมากว่าพระเจ้ามีคนโปรดของตัวเอง….จริงๆนะ

“วิธีทำนั้นไม่ยากเลย แต่การเตรียมอาจจะยุ่งยากไปบ้าง”

“อืมม…”

“แช่หอยลายในน้ำเกลือสักครึ่งชั่วโมง ให้คายทรายออกมาจนหมด ล้างให้สะอาด ก่อนต้มในน้ำเดือดๆจนหอยเปิดฝาออก”

“อืมม…”

กู่เชิงฟังต่อไป และยังคิดจะอัดไว้ให้แฟนคลับเชียงชิงจื่อคนอื่นๆฟังด้วย

แต่เธอควรขออนุญาตเขาก่อน เนอะ? เธอลังเลไม่กล้าถาม

“เตรียมของสองชุด ชุดแรกมีซีอิ๊ว พริกไทยขาว เหล้า น้ำซุป คนให้เข้ากันในถ้วย สำหรับทำซอส อีกอย่างคือแป้งข้าวโพดและน้ำ คนให้เข้ากันเพื่อทำให้ข้น”

“น้ำซุปอะไรเหรอคะ”

“ซุป? มีหลายอย่างเลย แต่ที่ใช้บ่อยคือ น้ำซุปไก่ เอามาใช้แทนน้ำเปล่าเวลาผัดโน้นผัดนี่”

“เข้าใจแล้วค่ะ…”

“พอเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย เทน้ำมันเล็กน้อยลงในกระทะ เติมถั่วดำ กระเทียมสับ ผัดให้หอม เติมต้นหอมเฉพาะด้านที่เป็นสีขาว พริกหั่นละเอียด ขิงสับ และผัดให้เข้ากัน แล้วก็เทหอยลงไปผัดกับซอส ผัดด้วยไฟแรง ถ้าไฟไม่แรงพอ เนื้อหอยจะไม่อยู่ในเปลือก

“อืม…”

“พอซอสงวดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง เติมส่วนผสมแป้งข้าวโพดลงไป ผัดให้เข้ากัน แล้วก็เติมต้นหอมส่วนที่เป็นสีเขียวลงไป ตักออกจากกระทะ.”

“อืมม…”

จากด้านนี้ เกิงเสี่ยวซิงได้ยินแต่เสียง อืมๆ ของ กู่เชิง แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเธอทำอะไรอยู่ เธอโผล่หน้ามาดูหน้าจอ แต่ไม่มีข้อความอะไรเลย เฮ้อ

เชียงชิงจื่อเหมือนจะพูดจบแล้ว

เดี่ยวนะ พวกเขามาถึงตอนตักออกจากกระทะแล้ว แน่นอนว่าเขาพูดจบแล้วจริงๆ

กู่เชิงพูดอย่างสุภาพ “ฉันจะจำไว้ค่ะ ขอบคุณนะคะ, เชียงชิงจื่อ ต้าต้า”

เสียงเขาดังขึ้นมาผ่านหูฟังอีกครั้ง

ตอนแรกนั้นมีเพียงเสียง “อืมม์,” เบาๆ ก่อนเขาจะบอกเธอว่า “ฉันต้องไปแล้ว ครั้งหน้าเธอจะร้องเพลงให้ฉันฟังอีกวันไหน?”

“ครั้งหน้า?” กู่เชิงหลุดปาก

“ไม่มีครั้งหน้าเหรอ?”  เชียงชิงจื่อเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“อะ…” คำถามของเขานั้นทำกู่เชิงไม่แน่ใจ การร้องเพลงหนึ่งเพลงนี่ไม่ถือว่าเป็นการตอบแทนที่จริงใจพอหรือไง?  “งั้น ครั้งหน้าตอนคุณมีเวลา ก็เรียกฉันได้เลยนะคะ.”

“ตกลง แล้วเจอกัน”

เชียงชิงจื่อเหมือนจะหัวเราะน้อยๆ และออกจากห้องแชทเล็กๆนี้ไปอย่างรวดเร็ว

note-line-green

[1] แลสง ในการ์ตูน และอีโมติค่อนต่างๆ มักจะวาดเส้นสามเส้นตรงศีรษะแทนเหงื่อเย็นๆที่ไหลเพราะได้ยินหรือเห็นอะไรที่อายจนน่าอึดอัด และพูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก ดังนั้นในชีวิตจริง จึงมีคนเอ่ยว่า “มีเส้นดำๆบนหัวฉัน” ในกรณีที่ไม่มีอีโมติค่อน มักจะใช้ -_-||||แทน ในที่นี้ขอใช้เหงื่อตกแทนเลยละกันนะคะ

[2] Orig. 中蛊 ‘zhong gu.’ 蛊or ‘gu’ กู่นั้นคือปรสิตมีพิษบางอย่างที่ถูกใส่เข้าไปในร่างกายมนุษย์ ใช้ร่างกายมนุษย์เป็นที่อาศัย ปรสิตนั้นจะถูกควบคุมโดยคนที่ใส่มันเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย ดังนั้น ร่างคนที่มีปรสิตนั้นขึ้นอยู่กับความเมตตา การควบคุมของคนคนนั้น ราวกับ”ต้องมนตร์”  กรณีที่เห็นบ่อยๆ คือหนอนพิษ หรือ แมลงพิษ หรือ “ยาสั่ง” นั่นเอง

note-line-green

เพลงแขวนคอตายใต้ต้นไม้ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้

หรือได้รับการตั้งชื่อใหม่ แขวนคอตายใต้ต้นผักชี!